เมื่อวานได้มีโอกาสไปเดินงานสัปดาห์หนังสือ ที่ ศูนย์ประชุมสิริกิตต์

หลังจาก ผลัดมาหลายครั้งเนื่องจาก ไม่อยากไปผจญกับคนเป็นล้านในนั้น

 

แต่ก็นะ เมื่อวานออกเร็ว เผื่อคนจะยังไม่มา

ไปถึง.. อย่างที่คาด ถึงไม่เป็นล้าน ก็คงหลายอยู่ เพราะ มันชุลมุนไปหมด

 

ผมไปงานหนังสือทุกปี แต่ก็นะ

แทบไม่เคยได้อะไรจากงานสัปดาห์หนังสือ เลย เหมือนกัน

 

ถึงแม้มันจะถูก...จะลด...จะแถม

 

แต่ผมว่า การจะเลือกอ่านหนังสืออะไรสักเล่มมันคงต้องใช้เวลา

คงไม่ได้ซื้อเพียงแค่ปกเป็นแน่

และการ ยืนเลือกหนังสืิอ ที่คนเบียดเสียดขนาดนั้น

 

โอกาสจะได้มีสมาธิกับมัน...แทบจะไม่มี

ยกเว้นว่า จดรายการที่อยากได้ หาข้อมูลมาจากบ้านให้เรียบร้อย

 

ผมไม่ได้ตั้งใจจะหาอะไรเท่าไหร่

แค่อยากไปดูว่ามีหนัังสืออะไรหลงสายตาไปบ้าง

จากร้านที่เคยไปดู

 

อ่อ อยากได้หนังสือของ คุณ วินทร์ เลียววาริณ อยู่เล่มนึงเหมือนกัน

จริงๆ หลายเล่ม แต่ ไม่มีตังค์ 55+

 

แล้วก็ ให้บังเอิญว่า คุณวินทร์ ก็มาพอดี ผมเลยได้หนังสือพร้อมลายเซนต์

โชคดีกันปาย

 

จะว่าไป ก็น่าดีใจอยู่นิดๆ ที่เห็นคนมางานเยอะแยะ

นั่นคงแปลว่า คนไทยที่รักการอ่านก็ยังมีอยู่ไม่น้อย

 

ที่เราเคยได้ยินมาว่า คนไทยอ่านหนังสือเพียงแค่ปีละ 7 บรรทัด

อาจจะไม่ทั้งหมด

 

คนที่ไม่ได้อ่าน อาจจะไม่มีเวลา....ไม่มีหนังสือ

รึ อ่านไม่ออก...ต่างๆกันไป

 

แต่ออกจะน่าเศร้า

ที่หนังสือ ที่คนรุมๆ ในงาน

ส่วนใหญ่ เป็นนิยายรัก...นิยายเกาหลี

หนังสือซุบซิบ จาก ดาราคนดังทั้งหลาย

 

กระทั่ง หนังสือ ตระกูลแฉ ทั้งหลาย....ที่ดูจะยิ่งเขียน

เหมือนจะยิ่ง แฉ ตัวเอง...ว่าเลว และ ร่านเพียงใด

 

ผมไม่แน่ใจ

 

ว่ามันจะดีจริงหรือ

ถ้าเราอ่านหนังสือมากขึ้น มากขึ้น

 

แต่หนังสือที่พวกเีราเลือกอ่าน

ให้อะไรกับตัวเราน้อยลง น้อยลง

 

แต่อย่างน้อยที่สุด

แค่ได้อ่าน มันก็ดีแล้ว ไม่ว่าหนังสืออะไร

ได้ฝึกสมาธิ...ฝึกการตีความ และ การสะกดคำ

 

หวังเพียงว่า

 

มันคงไม่แย่ไปกว่านี้ จนวันนึงเราอาจจะได้ยินว่า

 

นอกจากคนไทยจะอ่านหนังสือแค่ สามบรรทัดแล้ว

ยังเป็นสามบรรทัดที่ไร้สาระอีกด้วย

 

สงสารต้นไม้ที่ต้องตายไป เพื่อมาเป็นหนังสือแบบนั้นนะครับ

ว่ามั้ย ?

 

*****************************

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อืมมม ผมว่าเรารับสื่อได้หลากแบบ มากขึ้น

อะไรที่มันกระตุ้นต่อม เราได้ง่าย เราก็รับซะเร็วไงครับ

#1 By T o' M @ ZZ u ครับ (202.28.27.6) on 2008-04-03 11:06

สิ่งที่แตกต่างออกไป คนไทยอ่านหนังสือน้อยลงหรือไม่ อันนี้ผมไม่ทราบ และไม่ยินดียินร้ายกับสถิติแปดพันปีที่พูดปากต่อปากกันมาว่าคนไทยอ่านหนังสือปีละ 3 บรรทัด

เพราะสิ่งที่แตกต่างจากเดิมอย่างมากก็คือ คนไทยอ่านบล็อกทั้งสาระและบันเทิงกันมากขึ้น ปีละหลายหมื่นหลายแสนคลิ๊ก

ไม่ต้องเชื่อผม ถามตัวเองดูแล้วกัน

#2 By buggo on 2008-04-03 11:06

อาจจะจริงครับ

แต่ผมก็ยังอ่านหนัีงสือเยอะเหมือนเดิม

สารที่อยู่ในเนตมันง่ายกว่า แต่มันไม่ได้กรองอะไรเลย

#3 By parmer on 2008-04-03 11:10

เมื่อวานก็ไปซื้อหนังสือของวินทร์ เลียววาริณ
แต่ไม่ยักกะเจอนักเขียน อดลายเซ็นเลย
- - - - - -
ปัจจัยเรื่องความไม่รู้หนังสือมันสูง
ออกมาเลยได้แค่คนไทยอ่านหนังสือปีละ3บรรทัด
แต่ถ้าถามว่าคนไทย-อ่าน-กันวันละกี่บรรทัด
สำรวจใหม่ดีดี อาจจะเฉลี่ยเป็นวันละ4-5บรรทัดแล้วก้ได้
คนที่อ่านน่ะอ่านเยอะ แค่อาจไม่ใช่แต่หนังสือ

#4 By sunnysunday:) on 2008-04-03 11:11

คิดเสียว่าให้หนังสือที่ไม่ใช่แฉ หวานเยิ้ม เกาหลี ได้มีโอกาสผ่านสายตาคนอื่นบ้างละกัน เผื่อพวกแฉ หวานเยิ้ม เกาหลี จะซื้อไปอ่านบ้าง


just read

#5 By Лайка on 2008-04-03 11:14

อาจจะจริงนะครับที่ว่าอ่านหนังสือ (มีประโยชน์) ปีละ 7 บรรทัด
ค่าเฉลี่ยคนอ่านกับคนที่ไม่ได้อ่านนั้นสัดส่วนอาจจะต่างกันมาก
ดังนั้นมันเลยออกมาแค่ 7 บรรทัด
ดังนั้น (อีกครั้ง) คนที่อ่านอยู่แล้วจะต้องอ่านมากขึ้นอีกครับ
เพื่อที่จะเอาไปเฉลี่ยให้กับคนที่เค้าไม่ได้อ่าน
ไม่แน่นะครับ หากสำรวจอีกครั้ง สถิติอาจจะขึ้นเป็น 8 บรรทัดต่อปีก็ได้
แต่ผมว่าคนที่อ่านหนังสือคงโดนหนังสือทับตายก่อน

ห้าๆๆ

ไม่ว่าจะกี่บรรทัดต่อปี ผมก็รู้สึกว่าคนไทยอ่านหนังสือ (ที่มีประโยชน์) น้อยลงจริงๆ
อยากให้คนไทยอ่านหนังสือมากขึ้น เพราะว่ามันได้เปิดโลกทัศน์และได้ความรู้แบบถูกต้องและเป็นจริงมากกว่าสื่ออื่น

ไปอ่านหนังสือดีกั่ว

tongue

#6 By m@Y D@y (58.8.150.237) on 2008-04-03 12:12

ขึ้นอยู่กับความสนใจมากกว่าครับ

คนที่สนใจบันเทิงก็อ่านเรื่องบันเทิงได้เยอะ ครับ ยิ่งปัจจุบันมีสื่อได้หลายด้านก็ยิ่งรับได้หลายทาง

ส่วนปีละ 3 บรรทัด หรือ 7 บรรทัด นั้นไม่รู้เหมือนกันว่า วัดจากอะไร แต่ถ้าเรา applyและประยุกต์ใช้กับชีวิตได้ผมว่าก็โอเคแล้วครับ
7 บรรทัดที่ว่า คือ หนังสือประเภทสาระ ความรู้ เท่านั้นค่ะ
ไม่นับการ์ตูน หรือ แฉ พวกนั้น

แต่มองอีกมุมแค่อ่านก็ยังดีกว่าไม่อ่าน
แต่จะได้สาระหรือไม่ได้ก็ตัวใครตัวมันแล้วกัน

big smile big smile

#8 By Bew on 2008-04-03 16:04

'กระทั่ง​ ​หนังสือ​ ​ตระกูลแฉ​ ​ทั้ง​หลาย​....​ที่ดู​จะ​ยิ่งเขียน​
​เหมือน​จะ​ยิ่ง​ ​แฉ​ ​ตัวเอง​...​ว่า​เลว​ ​และ​ ​ร่านเพียง​ใด'

วลีเด็ดโดนใจประจำวันที่ 3 เมษายน 2551 open-mounthed smile
แหะๆ

#10 By parmer on 2008-04-03 16:50

....วัดการศึกษาจากหนังสือใช้กับปัจจุบันไม่ได้
....เดี๋ยวนี้สื่อเป็นล้านช่องให้คนเข้าถึงการศึกษา
....ต่อให้ไม่อ่านหนังสือเลยก็ไม่โง่
กลายเป็น....ถ้าอ่านแต่หนังสือไม่เข้าสื่ออื่นเลยจะโง่หนักกว่าเพื่อน
....(แต่หนังสือก็ยังควรอ่าน....ให้มากกก....เอ๊ะยังไง confused smile)
'block cool!'

#11 By BOB_SPOKESMAN OF BROKU on 2008-04-03 16:54

มันอาจจะจริงอยู่คะ
ที่คนไทยส่วนใหญ่ มักอ่านพวกเรื่องนวนิยายต่างๆมาก
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเค้าไม่อ่านหนังสือกันน้า ^^"
มันก็มองได้ 2 มุมเหมือนกันนะ

#12 By ★+::+@MilY+::+★ on 2008-04-03 16:56

อืมใช่ สงสัยมานานแล้วครับ

ว่าบรรทัดนึงที่มันใช้วัดว่าเราอ่านแค่ไหนเนี่ย

มายาวบรรทัดละกี่เมตรกันแน่นะ sad smile sad smile

#13 By NaoMi ZerO on 2008-04-03 17:31

I think it's our reading culture is not that strong and it needs to be improved.open-mounthed smile

#14 By noui (210.213.42.210) on 2008-04-03 17:46

ส่วนตัวคิดว่า อ่านมาก...แต่อ่านแล้วไม่คิด หรืออ่านหนังสือที่อ่านแล้วไม่ต้องใช้สมองเลย มันไม่ค่อยต่างอะไรกับการอ่านน้อย หรือไม่อ่านหนังสือเลย

ปัญหาที่สำคัญในความคิดเราตอนนี้คือ คนไทยอ่านมากขึ้น แต่คนไทยอ่านแล้วคิดน้อยลงรึเปล่า?

การอ่านแล้วคิดเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าจำนวนบรรทัดมั้งคะ อย่างน้อยก็ในสายตาเรา big smile
แต่อย่างน้อยที่สุด
แค่ได้อ่าน มันก็ดีแล้ว ไม่ว่าหนังสืออะไร
ได้ฝึกสมาธิ...ฝึกการตีความ และ การสะกดคำ

เห็นด้วยกับข้ิอความด้านบนครับ
ส่วนหนังสือที่อ่านจะเป็นแนวไหน วิชาการ ประวัติศาสตร์ และนวนิยายสำนักพิมพ์แจ่มใส

ก็แล้วแต่ผู้อ่านคนนั้นๆแหละครับ ว่าเค้าจะอ่านเพื่อสาระ หรืออ่านเพื่อผ่อนคลายจรรโลงใจ

#16 By บอมเบย์ on 2008-04-03 17:56

อู๋ี่ไม่อ่านนิยายรัก นิยายเกาเหลาเกาหลังเกาหลี
หนังสือตระกูลแฉอะไรทำนองนี้อ่ะค่ะ
.
อ่านแต่พวกหนังสือเก่า หนังสือรางวัลซีไรต์ หนังสือเกี่ยวกับพวกสังคม หรืออะไรก็ตามที่เห็นปีที่พิมพ์ว่ามันนานมาแล้ว
รวมทั้งหนังสือของคุณวินทร์ ยิ่งกระดาษเหลือๆยิ่งดี ต้องระวังเป้นพิเศษ
.
สรุปว่าอู๋มาบ่นเรื่องโรคจิตของตัวเองซะงั้น
/me เผ่นดีกว่า sad smile
ค่าเฉลี่ยคนอ่านกับคนที่ไม่ได้อ่านนั้นสัดส่วนอาจจะต่างกันมาก
^
จริงคะ อย่างน้อยเราและเพื่อนอีกหลายคนก็อ่านหนังสือกันปีละอย่างน้อยๆก็หลายสิบเล่ม

ว่าแต่ ถ้าอย่างงั้น ถ้ามาดูกันจริงๆโดยไม่เฉลี่ยแล้วเนี่ย...
จะมีคนไทยที่ปีนึงไม่อ่านหนังสือเลยมากแค่ไหนละเนี่ย น่ากลัวจริงๆ

#18 By LonelyFairy on 2008-04-03 18:35

แฉ... เป็นประเภทที่อ่านไม่ได้เลย
อ่านแล้ว...เอ่อsad smile ไม่ไหว่ค่ะ

ส่วนหวานเยิ้มกับเกาหลี เดี๋ยวนี้หาเล่มที่ดีจริงๆยากค่ะ
เปิดมา... TOT Y_Y >//< ฯลฯ
อีโมชั่นพรึบ... ให้ตายสิangry smile

เดี๋ยวนี้เลยอ่านได้แต่กิ่งฉัตร กับของของเก่าๆดีๆ
ไม่ก็ล่อจิตวิทยาไปเลยsad smile
ก็คนไทย(บางกลุ่ม)ชอบสนใจเรื่องของคนอื่น

เจอหนังสือการ์ตูน หนังสือดารา วัยรุ่น นี่อ่านได้ไม่เบื่อ

แต่อ่านหนังสือมีสาระ เป็นหลับ

อ่านเลขสบายใจกว่าอีก double wink

#20 By เฟเน่จัง© on 2008-04-03 19:03

หนังสือนิยายวัยรุ่นใช่ว่าจะไม่ดีนะคะ
ถึงนานาจะไม่อ่านเพราะไม่ชอบสำนวนการเขียน (พวก T_T O_o บางเล่มลงท้ายด้วยคะค่ะยังไม่ถูกเลย)
แต่อย่างน้อยก็น่าจะทำให้หลายๆคนชอบอ่านหนังสือมากขึ้นจากที่ไม่อ่านเลย

อ่านอะไรไม่ผิดนะ
แต่อย่าอ่านแค่อย่างเดียว confused smile

ปีนี้ยังไม่ได้ไปเลย
หลักๆก็คนเยอะ ขี้เกียจไปเบียด
เรื่องลดราคาไม่ใช่ปัจจัยหลัก
แต่อยากไปเลือกหนังสือดีๆมากกว่า confused smile

#21 By นานาาา on 2008-04-03 19:08

สงสัยเราจะเดินสวนกันในงานนะพี่ ผมก็ไปมาเมื่อวาน
ได้หนังสืออนุสรณ์ ติปยานนท์มาเล่มหนึ่ง

ข้อสังเกตุ

เด็กวัยทีน จะไปออที่บูทแจ่มใส การ์ตูนใสโรแมนติก
อายุเท่าๆผม จะไปออที่บูทอะเดย์ ไม่รู้ว่ามันดูแนวมาก หรือหนังสือมันดีจริง
แต่เท่าที่อ่านมาของ a book ก็มีดีเหมือนกันนะ

#22 By 1812 on 2008-04-03 19:13

คิดว่าอยู่ที่การปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กหน่ะค่ะ
เพื่อนๆ ในสังคมไม่ใช่คนชอบอ่านหนังสือ ยังไม่มีผลกับเด็กคนนั้นเท่า พ่อแม่พี่น้องในครอบครัวก็ไม่มีใครสนใจอ่านหนังสือ หรือทำให้เค้าเห็นว่าหนังสือมันต้องมีอะไรดีแน่ๆ
สถิติคงดีขึ้นเรื่อยๆ ถ้าคนรุ่นเราๆ ปลูกฝังรุ่นต่อไปเรื่อยๆ นะsurprised smile

#23 By p-i-e on 2008-04-03 19:35

สาระความรู้7บรรทัดแล้วใครจาไปเอนติดละsad smile

#24 By B oomB (124.120.137.159) on 2008-04-03 20:28

ถ้าสำรวจคราวหน้า กลายเป็นคนไทยอ่านหนังสือ 7 ล้านบรรทัด
แต่เป็น 7 ล้านบรรทัดจากหนังสือ "ประเภทนั้น"
เราควรดีใจไหมเนี่ย embarrassed

#25 By Chubby Chocobo on 2008-04-03 20:50

ปีละเจ็ดบรรทัดนี่รวมการอ่านป้ายโฆษณากับรายการอาหารด้วยน้าquestion question

ผทฃมไปปีละสองครั้ง
เมื่อก่อนจะรอวันที่คุณประภาส ชลศรานนท์ไปแต่หลังๆไม่มีงานเขียนออกมา
ช่วงหลังๆเลยแวะไปคุยกับคุณวินทร์และนักเขียนของ a day บางครังได้แต่ยิ้มๆไม่ได้พูดอะไรมากแต่มันสุขใจดีconfused smile

#26 By โคลนตม on 2008-04-03 20:52

ทุกวงการย่อมมีขยะเป็นธรรมดาค่ะ แล้วขยะก็อยู่ได้ไม่นานหรอก

#27 By Jasmine✿Lala~ on 2008-04-03 21:05

สงสารต้นไม้ที่ต้องตายไปกับหนังสือที่..."ไม่สร้างสรรค์"ครับ

#28 By SkyKiD on 2008-04-03 21:24

เหนด้วยอย่างแรงคร่า

แต่คนไทยก็สื่อสารกันด้วยตัวอักษรผ่านทางแผ่นกระดาษน้อยลง

โดยการสื่อสารด้วยตัวอักษรผ่านเส้นใยแก้วเคเบิลบาง ๆ แทน

อย่างเช่น การอ่านเนื้อหาในบล็อกของคุน เปนต้น

#29 By ~*bLaCk TeAr*~ on 2008-04-03 21:24

ปัจจุบันการค้า มีคุณค่ามากกว่า การส่งเสริมค่ะ

ประทับใจเอนทรี่นี้Hot!
อืม เเต่ก็สงสารต้นไม้จริงๆกับหนังสือไม่สร้างสรรค์

#31 By (∩_∩)RoCkKy(≧0≦) on 2008-04-03 22:53

ยังยืนยันคำเดิมค่ะว่า 'ถึงจะไม่ได้อ่านหนังสือ แต่ก็อ่านตัวหนังสือ'

เราเองก็เป็นคนอ่านหนังสือแทบทุกประเภทยกเว้นเรื่องแฉหรืออะไรแบบนี้ (ไม่ค่อยชอบ 55)
เราว่านะ หนังสือทุกเล่มมีสาระในตัวของมัน
แม้แต่หนังสือการ์ตูนที่ดูเหมือนจะตลกโปกฮาไปวันๆ
แต่คุณค่าที่แฝงอยู่ในนั้น แล้วแต่ว่าใครจะดึงเอาออกมาใช้

แต่ปัญหาที่เกิดในตอนนี้เกี่ยวกับหนังสือในตลาดไทยคือ
ราคาหนังสือแพง จนเกิดเหตุปลอมหนังสืออย่างที่เป็นข่าว
ขนาดหนังสือเรียนนะนั่น...

พอหนังสือมีราคาแพงขึ้น คนเราก็เริ่มหันไปหาอย่างอื่นแทน
อย่างหนังสือพิมพ์เนี่ย บ้านเราก็ไม่ได้รับ ไม่ซื้อแล้ว
เพราะว่าหาอ่านจากในเว็บเอา สำหรับเราสะดวกกว่า

แล้วไหนจะเรื่องจาก FW Mail ไหนจะตามบล็อกอีก
เราว่าเดี๋ยวนี้จะวัดอะไรคงเอาจากหนังสืออย่างเดียวไม่ได้แล้ว

ว่าแต่...ที่เราพูดมาไม่ตรงประเด็นนี่หว่า

สำหรับเราแล้วก็อย่างที่บอกไปว่าหนังสือทุกเล่มมีอะไรแฝงอยู่
แต่ขึ้นอยู่ที่ว่าคนอ่านจะดึงส่วนไหนของมันออกมาใช้
แม้แต่นิยายรักเกาหลี เราว่ามันต้องมีสักจุดแหละที่ใช่
(ถึงแม้เราจะไม่เคยอ่านเลยก็เถอะ sad smile)

เดี๋ยวนี้ถึงมีข้อสอบอ่าน คิด วิเคราะห์ออกมาให้เด็กทำไง
ข้อความ 5 บรรทัดกับคำถามสิบข้อ
(ที่โรงเรียนเรามีนะ แต่น้อยเหลือเกินในปีนึง)

ถ้าเคยอ่านสามเกลอ พล*นิกร*กิมหงวน แล้วจะเห็นได้ชัด
ว่าหนังสือตลก ฮาๆ เหมือนจะไม่มีสาระ กลับมีสาระแฝง
//อยากให้อ่านเป็นชุดกระดาษเหลืองๆน้ำตาลๆด้วย
เพราะว่าอ่านแล้วได้อารมณ์ในช่วงป.อินทรปาลิต ฮ่าๆ//

Hot!

#32 By ..the allmost.. on 2008-04-03 23:16

"สาระ" เป็นคำที่ใช้ทำหรับแต่ละคน

เหมือนที่บางคนให้เรื่องเงิน อำนาจ การงาน เป็น"สาระ"
บางคนให้ ครอบครัวเป็น"สาระ".....คะ
(ไม่ค่อยเกี่ยวกะเรื่องข้างบนเลย)

#33 By be-gift on 2008-04-04 00:32

อ่า...ทะมายเรื่องนี้คนเมนท์กันเยอะจาง
เกิดอารายขึ้น รึว่าบล็อกพี่จะเป็นที่นิยมต่อสาธารณะชนเสียแล้ว

ห้าๆๆ

sad smile

#34 By m@Y D@y (61.90.249.230) on 2008-04-04 00:35

เหอๆ ส่วนใหญ่เราอ่านในเน็ตอ่ะค่ะ
เราเป็นคนชอบซื้อหนังสือนะ(แต่ช่วงนี้ต้องหยุดง่ะ) เราเป็นพวกรักหนังสือ แต่ไม่ใช่หนอนหนังสือนะ เหอๆๆ อ่านเฉลี่ยวันละสองสามหน้าค่ะsad smile
แต่ก่อนตอนเด็กๆช่วง9-12ปีเราบ้าอ่านหนังสือมาก(นิยาย) แต่พอเราติดเกมออนไลน์(ตอนนี้เลิกเล่นได้เกือบ3ปีแล้ว) มันก็ทำให้ความกระตือรือร้นในการอ่านลดลง ถึงตอนนี้ไม่ได้ติด พออยากจะอ่านก็อ่านได้นิดหน่อย แล้วก็วางค่ะsad smile แล้วเราก็ยังพบอีกว่าการอ่านในเน็ตกลับทำให้เราอ่านได้นานกว่าอ่านหนังสือด้วย ไม่รู้ทำไม ทั้งๆที่มันก็ตัวหนังสือเหมือนกัน เฮ้อ..

#35 By [EniledA]-’๐ on 2008-04-04 00:52

เอ่อส์ งง

กลับมาบ้าน เปิดดู อ่าาาา 35 เมนท์ เยอะสุดในชีวิตตูเลย

ประเด็นมันคงน่าถกกระมัง ขอบคุณคับที่แวะมาอ่านsad smile

#36 By parmer on 2008-04-04 01:00

You are what you read cry

#37 By nora on 2008-04-04 01:03

สงสารต้นไม้ที่ต้องตายไป เพื่อมาเป็นหนังสือแบบนั้นนะครับ

ประโยคนี้โดนใจอย่างมาก

อยากอ่านนิยายบ้าง
แต่ไม่อยากอ่านนิยายสมัยนี้ มันคลาสสิคสู้ยุคเก่าไม่ได้
ขนาดหนังสือการ์ตูนยังซื้อน้อยลงเลย
เพราะคุณภาพมันตกกันหมด

#38 By --อาเย่-- on 2008-04-04 01:46

อ่านหนังสือน้อยลง เพราะอ่านตัวหนังสือหน้าคอมมากขึ้น ข่าวตามเวบมันยังมาเร็วกว่า นสพ เลยนิopen-mounthed smile
เห็นด้วยครับ

แต่ผมเกลียดหนังสือซุบซิบ

ยังแค้นอยู่ว่าทำไมมันราคาถูกกว่า

National Geographic

ตอนที่ผมซื้อครั้งมาก็ตกใจเลย ตั้ง 120 บาท

ปล.การ์ตูนยังมีสาระกว่าหนังสือซุบซิบอีกนะHot!

#40 By คนบ้า on 2008-04-04 11:57

หนังสือที่เค้าวัดปีละ 3 บรรทัด ก็คือหนังสือที่่อ่านแล้วไม่ได้พัฒนาความคิดตามที่คุณว่ามานั่นแหละครับ
โดยเฉพาะพวกนิยายปัญญาอ่อนที่มี emotion ในเรื่องด้วย...
มันเยอะแต่งานนะซิ เพราะลดราคา

เพราะเป็นหมุดหมายย้ำ เตือนใจว่า ต้องไป ทุกปี

แต่ร้านหนังสือทั่วไป คนหายเงียบ
มันถึงวัดกันได้ว่่า แค่ปีละ 7 บรรทัด

ใครทำหนังสือ ถ้่าไม่นินทา ดารา คนดัง หรือ ขายเรื่องราวคาวๆ ก็ขายไม่ออกbig smile

#42 By tiew@fine on 2008-04-04 19:29

ฮ่าๆ อ่านไม่อ่าน เค้าก็พูดประโยคเดิมๆ

"คนไทยอ่านหนังสือปีละ 7 บรรทัด"


ผมได้ยินมาตั้งแต่อ่านหนังสือไม่ออก มาจนถึงวันนี้ก็ยังได้ยินอยู่

#43 By อัจฉริยะโง่ on 2008-04-04 20:08

ผมว่าสาเหตุหนึ่งนะครับที่คนไม่ชอบอ่านหนังสือที่มีสาระ คุณเคยสังเกตกันไหมครับ
1.หนังสือนิตยสาร 4 สี อย่างดี ซุบซิบดารา คนนั้นชู้คนนี้ คนนี้เสี่ยคนนั้น ราคา 25-50 บาท ประมาณนี้
2.หนังสือเรียน ขาวดำ มีความรู้ได้สาระ 100 บาทขึ้น -*-
เช่นนี้แล้ว ก็ไม่แปลกหรอกครับที่คนไทยส่วนใหญ่อ่านแต่เรื่องไร้สาระ

#44 By on 2008-04-04 20:34

ต้นไม้ให้ความรู้...

#45 By os (125.24.178.143) on 2008-04-04 23:20

นิยายรัก..ข้าพเจ้ามิอ่านค่ะ
โดยเฉพาะนิยายวัยรุ่นที่คนไทยเขียนอ่ะ อีโมทั้งเล่ม ^__^ >__< รำคาญลูกตา - -*
ที่ข้าพเจ้าไปงานหนังสือทุกปีเนี่ย ผลาญไปกับการ์ตูนแล้วก็บู๊ท a day ค่ะ sad smile

อ่านหนังสือ(มีประโยชน์)ปีละ 7 บรรทัดนี่ไม่จริงนะ...
เนื่องจากเรายังเรียนอยู่เลยอัพมาเป็นเฉลี่ยปีละเล่ม 555+
แต่ถ้าเรียนจบแล้ว ไม่แน่ว่าอาจอ่านอะไรที่มันมีประโยชน์ไม่ถึงบรรทัดต่อปีก็ได้ - * -

#46 By C a t t y C a n d y ~ * on 2008-04-05 06:58

คนอ่านเจ็ดบรรทัด คงไม่ใช่กลุ่มคนที่ไปงานหนังสือแน่ ๆ ค่ะ
คนที่มันไม่อ่าน ยังไงก็ไม่อ่านค่ะ *ยักไหล่*

#47 By BeeJang on 2008-04-05 10:42

ก็นะครับ ^^ " เด๋วนี้พวกหนังพวกละครก็มาจากนิยายน้ำเน่า พวก ใช้คำว่า"ฉัน" เป็นตัวเลาเรื่องซึ่งผมว่ามันไม่ได้อรรถรสเอาซะเลย -*- ผลเลยชอบอ่านพวก...ที่นักเขียนมืออาชีพเค้าเขียนโดยการสอดเเทรก วิถีชีวิตของคนสมัยเก่า(โบราณ) เข้าไปมากกว่า ^__^ มีหลายเรื่องเลยครับ อ่านเเล้ว รู้สึกดี เหอๆ ตรงนี้ละที่ทำให้รักต้นไม้ที่ซู๊ด~

#48 By o::Shirokuro::o on 2008-04-05 11:47

ว่ามันจะดีจริงหรือ

ถ้าเราอ่านหนังสือมากขึ้น มากขึ้น



แต่หนังสือที่พวกเีราเลือกอ่าน

ให้อะไรกับตัวเราน้อยลง น้อยลง

ชอบประโยคนี้จัง

#49 By TaLgY on 2008-04-05 12:05

หนังสือทุกเล่มมีประโยชน์ในตัวของมันเอง
อยู่ที่ว่า คนอ่านจะเห็นรึเปล่า
บางทีคนที่อ่านนาร์เนีย อาจจะโยนทิ้งแล้วกล่าวว่ัาเป็นหนังสือขยะ ก็เป็นได้
ถ้าเขาไม่สามารถเห็นประโยชน์ของมัน

#50 By iMase on 2008-04-05 12:23