ศิลป์

posted on 19 Mar 2008 13:46 by parmer  in memo

 

 

ผมจบด้านศิลปะมา ถึงแม้ไม่ใช่ วาดรูปโดยตรง

แต่ก็เป็นหนึ่งในการออกแบบ

 

จำได้ว่าสมัยเรียน ปีหนึ่ง มันมีความสุขมาก ที่ได้อยู่กับเพื่อนๆ

ที่ชอบอะไรเหมือนๆกัน และทำให้เราไม่รู้สึกเหมือนเป็นตัวประหลาด

 

มองตากันก็เข้าใจ ทุกอย่้าง มันล้วนเป็นศิลปะได้หมด สำหรับคนแบบพวกเรา

ถังขยะ.... อืม สีสวยนะ นี่ถ้าได้ ขวดสไปร์ท วางด้านบนอีกหน่อย สีจะ ตัดกัน ดี

พวกเราเป็นกันแบบนี้...

 

ทุกอย่างมันมีความงามในแบบของมันเอง

และบางที มันนำมาซึ่งความเข้าใจผิดของคนภายนอก

ว่าพวกเรา ติสต์แตก และ เพี้ยน

 

บ้างก็ว่า เข้าใจยาก และ พยายามทำตัวแนว ทำตัวศิล์ป

มันก็สุดแท้แต่คนจะมอง ว่ามองกันที่มุมไหน

 

เวลาผ่านไำป จนปีสุดท้ายของการเรียน

ผมเริ่มรู้สึกไม่เหมือนเดิมกับคำว่าศิล์ป... มันเริ่มไม่สนุกสำหรับผม

ศิล์ป ที่ถูกกำหนดโดยความชอบ ของ คนตัดสิน...อาจาร์ย

 

หลายครั้งที่ผม กับ เพื่อน โดน ตำหนิ ว่างานไม่สวย ไม่ดี ...ไปจนถึง คำว่า " ห่วย "

 

ครั้งนึงมันทำเอาผมเลือดขึ้นหน้า กับการ อดหลับอดนอนและตั้งใจกับมันมากๆ

และมันโดนตัดสินเอาจากคนที่ไม่ชอบสไตล์ นั้นว่ามันห่วย

 

ผมยืนขึ้นถามว่า มันห่วยยังไง ช่วยแจกแจงด้วยครับ จาร์ย....

 

จาร์ยเงียบ และทั้งห้องก็เงียบเช่นกัน

ผมไม่ได้รับคำตอบจากอาจาร์ยในวันนั้น และ วันไหนๆ อีกต่อไป

 

ผมสรุปเองว่า ก็แค่เค้าไม่ชอบ....

 

และปีนั้น การส่งธีสีสของเราจบลงที่ การจากไปของเพื่อนคนนึงในรุ่น

เพียงแค่ลมปาก คนที่ชื่อว่าอาจาร์ย.... เพื่อนผม กลับไป คิดมาก

 

และยิงตัวตายในอีก ไม่กี่วันถัดมา....

 

ผมสรุปสาเหตุเอาเองว่า เพราะคำพูดเหล่านั้น และการตีค่า งานของเค้า

ด้วยความคะนองปาก และ ความชอบส่วนตัวเป็นใหญ่

 

ผมยังคงศรัทธาในงานศิลป์ทุกๆ อย่าง

ศรัทธาในตัวทุกคนที่ทำ และ เสพงานศิลป์

 

และสุดท้าย ผมเชื่่อในแบบของผมว่า

 

ในศิลปะ ....ไม่มีงานชิ้นไหน ที่ไม่ดี หรือว่า ห่วย

มันมีเพียงก็แต่ เราชอบ รึ ไม่ชอบมันแค่นั้น

 

ต่อให้เป็นรูปโมนาลิซ่า

ถ้ามันอยู่ในมือคนที่ไม่ชอบ ก็แค่ขยะชิ้นนึง

 

จะแขวน ก็รกบ้าน มองยังไงก็ไม่เห็นจะสวย

แค่ผู้หญิงอ้วนๆ ...... นั่งยิ้มแหยๆ

 

รอวันทิ้งลงถัง

 

....และมันคงน่าเศร้าสิ้นดี

ถ้าโลกเรามีแต่คนแบบนั้น

 

จริงมั้ยครับ ?

 

*****************************

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

จริงมากมายฮะ

เราเองก๊เคยโดนว่างาน
มันรู้สึกไม่ดีเลยนะ

เข้าใจดีๆ
น้องก๊ด่าเราทุกวันเหมือนกัน

งานอย่างงี้ งานอย่างงั้น
ตาไม่สวยเลย อะไรห่วยเอย

พอได้มาอ่านบล็อกของคุณแล้วรุสึกว่า
เออแหะ มีคนเหมือนเราด้วยนี่หว่า

ดังนั้น มันอยู่ที่มุมมอง คงเป็นอย่างนั้นมั้งฮะ
แต่ไม่เป็นไร

ทำให้ตัวเรารู้สึกว่าดีที่สุด เท่านั้น พอ..

#1 By Benkyo. on 2008-03-19 22:23

โดนมาก...กับเรื่องนี้
ตัวเราคนหนึ่ง..ก็รักในศิลปะ...ทุกสิ่งทุกอย่างมันมีมุมมองของมัน...การที่มีคนแบบนั้นแล้วเรียกตนเองว่าอาจารย์..มันไม่เหมาะเอาเสียเลย..มุมมองที่แคบแบบนั้น..ไปตายให้หนอนแดกซะยังจะมีค่ากว่า...

#2 By ファン on 2008-03-19 22:27

#3 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-03-19 22:28

เข้าใจความหมายของสิ่งนี้ มากมายค่ะ....
แต่ท้ายที่สุด ถ้าเราเข้าใจว่า "ศิลปะ" คืออะไร..
เราก็ไม่จำเป็นต้องเอากายและใจเราไปผูกไว้กับปากใคร..ให้ลมปากเหม็นๆของเค้ามาย่ำยีใจเราได้...
"ศิลปะ เป็นปัจเจก มันมีทิศทางของมันเองและเป็นนามธรรมอย่างที่สุด.....
.
.
.
ปล**เสียใจกับคุณเรื่องเพื่อนคุณด้วยนะค่ะ.......

#4 By butterflyheart on 2008-03-19 23:21

เคยรู้สึกตั้งแต่ตอนเรียนวิชาศิลปะสมัยประถมแล้ว
งานของตูนี่แหล่ะเลิศที่สุดในปฐพี sad smile

ค่ะ, ศิลปะอยู่ที่มุมมอง... บางคนใช้ตามอง บางคนใช้ใจมอง

#5 By พ. on 2008-03-19 23:48

เห็นด้วย ก็แค่ชอบรึไม่ชอบ
ก็มันเป็นศิลปะอะ

#6 By sjtree on 2008-03-20 08:14

อืม... การเป็นนักเรียนศิลปะนี่สนุกจริงๆ :)
เราคิดว่าตัวเองโชคดีมากๆ
ที่ได้ใช้ชีวิตมหา'ลัยในการเรียนศิลปะ

ก็ไม่เชิงซะทีเดียว เพราะสาขาที่เรียนถือเป็นพาณิชย์ศิลป์
เพราะฉนั้น เราต้อง ประนีประนอม กับ การค้าด้วย

เรื่องของเพื่อนคุณน่าเศร้าจัง

ตอนเราทำธีสิส ครั้งแรกของการเสนองาน
เราได้คะแนนเกือบเต็ม 10 สูงที่สุด
แต่ครั้งต่อๆ มา คะแนนลดลง ส่วนนึงก็เพราะ
โครงการที่เราทำมีปัญหาเรื่อง site
และจัดเป็นโครงการที่ต้องหาข้อมูลมาก
และมีเรื่อง sensitive สูง
(เราทำบ้านพักคนชรา)

การเป็นแค่นักศึกษา
ทำให้ตอนเสนอโครงการเรามองไม่เห็นปัญหา
ซึ่งอาจารย์ ก็ไม่เห็นปัญหา เช่นกัน
อาจเพราะเค้าไม่ตั้งใจดู

ตลอดเวลาที่เราเสนองาน เราทำดีที่สุด
แต่ก็โดนจวกเละทุกครั้ง เพราะอาจารย์ไม่ได้มาดู
ปัญหาของงานเราจริงๆ เวลาที่พูดก็มีน้อย
เรียกร้องจะดูโน่นนี่ โดยไม่เข้าใจปัญหา
ว่าทำไม เราทำอย่างที่เค้าต้องการไม่ได้

เราเสนองานไป 3 ครั้ง คะแนนล่วงตลอด
เราตัดสินใจดรอป เมื่อกลับมาทบทวน
หลายๆคนบอกว่าให้เปลี่ยนโครงการใหม่

เราลังเล เพราะเท่ากับว่าต้องลงทะเบียนใหม่
เสียเงินอีกเยอะ เรายังflightต่อ
หาข้อมูลโครงการใหม่ ลงไปหาถึงลังกาวี
เป็นสปารีสอร์ท ขนาดใหญ่ มีฟังค์ชั่นน่าสนใจ
พวกสปา บำบัดต่างๆ ซึ่งสมัยนั้น พวกนี้เป็นสิ่งใหม่
และที่สำคัญ ทำให้เราได้ศึกษาวัฒนธรรมมาเลย์
ซึ่งแตกต่าง น่าสนใจ

เราเอาโครงการที่ไปหาข้อมูลมา ไปให้อาจารย์ดู
ได้รับคำตอบว่า "จะทำอะไรวะ แค่รีสอร์ท"
ไม่น่าสนใจ อืม!
เพราะสิ่งนั้นไม่ใช่ความสนใจของอาจารย์รึเปล่า

เราถามตัวเอง เราต้องการเป็นดีไซเนอร์ไหม?
คำตอบ คือ "ใช่ อยากเป็น"
ช่วงเวลาที่ดรอปธีสิส เราไปทำงานinterior
เพื่อถามตัวเองว่า เราใช่รึเปล่า ทำได้ไหม

เราได้คำตอบว่า เราอยากเป็นดีไซเนอร์
แต่สิ่งแวดล้อมในการทำงานไม่เหมาะกับเราเลย
เรามีปัญหากับการบอกคนให้ทำให้ได้อย่างที่เราออกแบบ

งานที่เราออกแบบ กะ งานที่เจ้านายเราออกแบบ
ลูกค้าเลือกแบบของเรา มันไม่ใช่เราไม่มีความสามารถ
มีหลายปัจจัยเหลือเกิน

สุดท้าย เราตัดสินใจไม่เสียเงินเปลี่ยนหัวข้อธีสิส
ไม่กลับไปทำหัวข้อเก่าที่ค้างไว้

เรามองหาว่าเราสนใจอะไร ...หนัง
เราไปอบรมวิจารณ์หนัง ...อาหาร
เราไปสมัครเป็นนักเรียนเชฟ แต่ไม่ผ่านสัมภาษณ์
...ภาษา เราไปเรียนภาษาฝรั่งเศส

สรุปสุดท้าย จนอายุ 24 เรายังไม่มีปริญญาตรีเลย

มานั่งเรียนรามฯ ได้ปริญญาตรี ตอนอายุ 28

เราหลุดวงโคจร แบบที่เพื่อนๆในรุ่นเป็นกัน ตั้งแต่ตอนนั้น
ตอนนี้ เรายังคงรักงานศิลปะ แม้ไม่ได้ทำเป็นอาชีพ

อืม... ศิลปะ แต่ละคน มีของตัวเอง big smile

#7 By noui (124.120.180.188) on 2008-03-20 10:10

คิดเหมือนกันกับประโยคนี้ค่ะ

"ในศิลปะ ....ไม่มีงานชิ้นไหน ที่ไม่ดี หรือว่า ห่วย

มันมีเพียงก็แต่ เราชอบ รึ ไม่ชอบมันแค่นั้น"

เสียใจด้วยนะคะเรื่องเพื่อนคุณ
ค่ะ big smile

#9 By Bew on 2008-03-20 19:15

เรื่องของจิตใจและความชอบองบุคคลมักจะพูดยาก
และเป็นปัญหาโต้แย้งกันอยู่เสมอ
จะไม่ทะเลาะกันถ้ามีความเห็นเหมือนกัน

แต่ไม่ตรงกันเมื่อไหร่ก็ต้องมีปากเสียงกันแน่ๆ
ไอ้ตรงปากเสียงเนี่ยหากหาจุดยืนร่วมกันได้ก็ไม่เป็นไร
แต่มนุษย์ส่วนมากนั่นแหละ ลองได้เถียงกันเมื่อไหร่
ก็ไม่มีใครฉุดอยู่ ต้องชนะสถานเดียว ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม

แต่ก็นะ สงสารเจ้าของบล็อกตรงที่ขยันตั้งใจทำงาน
ส่วนอาจารย์ก็ปากไว ติสท์แตกไปหน่อย

เอาเป็นว่าหากเราชอบอะไรก็อย่าไปคาดหวังว่าคนอื่น
จะชอบตามเราไปด้วย เราชอบของเราก็พอแล้ว
จะมาวิจารณ์อะไรก็ก็ปล่อยให้มันเป็นลมผ่านไปเสีย
เปลืองอารมณ์ เปลืองจิตใจเสียเปล่าๆ

สู้ๆนะพี่

sad smile

#10 By m@Y D@y (61.90.249.230) on 2008-03-20 19:29