แล้วมันก็ผ่านไป

posted on 13 Mar 2008 10:43 by parmer  in memo

 

 

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมจะเอาชนะทุกอย่าง ที่เอาชนะได้

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ใครทำอะไรมา ผมทำกลับ

 

ตาต่อตา ฟันต่อฟัน

 

เคยรู้สึกดี ว่ามันแปลว่าเราซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเอง

แต่เดี๋ยวนี้ ผมเีริ่มเบื่อการปะทะ และ สู้รบปรบมือกับใคร

 

มันสะใจแค่เดี๋ยวเดียว แล้วก็ ตามมาด้วยผลร้ายอีกมากมาย

จริงอยู่...มันสะใจ

 

แต่ก็แค่ตัวเราเองคนเดียวที่ได้ความสะใจนั้น

ไม่มีใครเข้าใจสิ่งที่เราทำ ที่เราเป็น

 

มันไม่เกิดผลดีอะไรเลย กับ การปะทะ และ ระเบิดใส่กัน...

 

ผมเริ่มใช้ความเงียบ และ มองผ่าน

การไม่ตอบโต้ คงไม่ได้แปลว่าเราแพ้....แปลว่าเรา ไม่สู้

 

แต่บางทีการเงียบ มันกลับต้องใช้ความอดทนมากกว่า

และ ใช้ การบังคับจิตใจที่มากกว่า...นัก

 

เมื่อเราไม่โวยวาย...ฟูมฟาย

 

ใครจะทำอะไรเราได้อีก

ใครจะรู้ได้อีก ว่าเราคิดอะไรอยู่....คิดอะไรข้างใน

 

บางทีคงต้องปล่อยให้อีกฝ่าย ใช้เวลาเงียบนั้น

ทบทวนและคิดอะไรดูเองบ้าง

 

อาจจะได้คำตอบอะไรที่ดีไปกว่าการที่เรายัดเยียด

และ บอกคำตอบไปทั้งหมดก็ได้

 

เพราะในความเงียบ และ การได้อยู่กับตัวเอง

มันย่อมได้คิดอะไรดีไปกว่า การอยู่แต่กับอารมณ์

 

ของทั้งสองฝ่าย ....

 

พอเราเงียบ....มันก็นิ่ง

ไม่มีใคร ทำอะไรไปได้ฝ่ายเดียวตลอดไปหรอก

 

ต้องมีวันเหนื่อย และ เลิกราไปเอง

 

แล้วสุดท้าย... มันก็จะพ้นไป

เหมือนทุกๆ เรื่องที่เรา มองผ่าน

 

แล้วมันก็ผ่านไป...

 

***************************

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อืม big smile

#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-03-13 11:35

ดีจังเลยค่ะ ความเงียบมันใช้ความอดทนมากกว่าจริง ๆ
แต่ก็ผ่านมันมาได้big smile

#2 By sjtree on 2008-03-13 12:06

อุเบกขา

ธรรมของพรหมข้อสุดท้าย
การปล่อยวางใจเป็นกลาง

#3 By 1812 on 2008-03-13 13:06

ไม่มีใครเข้าใจสิ่งที่เราทำ ที่เราเป็น


..

คงจริงตามที่คุณบอกไว้ข้างบนนั้น ..

แวะมาดู เรื่องพ่อของคุณ ดีขึ้นบ้างไหม
หากที่ผ่านๆมาออกอาการวุ่นวายไปหน่อย ก็ขอโทษที

แต่วันนี้ดูเหมือน คุณมีเรื่องอื่นที่ไม่สบายใจอยู่
ทั้งๆที่อ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจอะไรนัก

..

..แต่นั่นแหละ กับทุกๆเรื่องราว ..
แล้วมันก็จะผ่านไปค่ะ


รักษาสุขภาพจ้ะ

#4 By ดวงใจดอกไม้.. (203.121.167.243) on 2008-03-13 13:07

หุหุ เรื่องพ่อนั่นแหละครับ

แต่ไม่ได้บอกตรงๆเท่านั้นเอง

#5 By parmer on 2008-03-13 13:36

คนเงียบน่ากลัวกว่าคนเสียงดัง หลายเท่าตัวค่ะ
เราไม่ชอบการปะทะ open-mounthed smile

ชอบความนิ่งเงียบ รู้สึกสงบดี คิดอะไรออก
ถ้ามีแรงปะทะแรงๆ สับสน เราจะงง คิดไรไม่ออก
เหมือนกระต่ายตื่นตูม ๕๕

อิ อิ แต่เราก็ชอบเถียง!
เถียงแบบไม่ทะเลาะกัน

#7 By noui (125.27.91.79) on 2008-03-13 15:40

แต่ก่อนก็ชอบที่จะปะทะ
.....
แต่เดี๋ยวนี้ ขออยู่สงบๆดีกว่า
ยินดีและเห็นด้วยกับพี่ครับ
ยังไงก็เป็นกำลังใจครับ

double wink

#9 By m@Y D@y (58.8.165.205) on 2008-03-18 00:08

แล้วมันก็ผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ นู๋เชื่อแบบนั้นbig smile

#10 By *~kirmkan~* on 2008-03-19 19:06

เป็นเรื่องพ่อของคุณนี่เอง ..
เรามันประเภท ผู้อ่านที่ต้อง พกดิกแปลไทยเป็นไทย อยู่ร่ำไป

คุณว่าไหม มาลองนึกเล่นๆดู
ตัวเรา พ่อแม่เรา จะได้อยู่ร่วมกันอีกกี่มากน้อย
หากคาดว่าท่านจะอยู่กับเราได้อีก 5ปี 10ปี ..1825 วัน หรือ 3650 วัน
ยามที่อยู่กันอย่างสบายดีทั้งเรา ทั้งท่าน เวลาหนึ่งถึงสามพันวันนั้น แลดูนิดเดียวเอง นึกแล้ว มันน่าใจหาย
ยังไม่นับกรณีที่ไม่คาดคิด ป่วยหรืออุบัติเหตุ เวลาเหล่านั้นยิ่งหมดลงเร็วขึ้น ..
หลับไป ตื่นมา วนๆเวียนๆ แลดูมันน้อยมากๆเลย
ไม่รู้ว่าเช้าไหน เราจะได้ตื่นมาพบกันอีกไหม

แต่ก็นะ รู้ทั้งรู้ ก็ได้แต่ผ่านพ้นวันพ้นคืนกันไปเหมือนยังทำอะไรต่อมิอะไรให้ท่านไม่ได้สักเท่าไรเลย - -'
สาเหตุคงเพราะภาระหน้าที่ การดำเนินชีวิตประจำวัน มันผันแปรกันแบบไหน มันน่าจะมีวิธีจัดการอะไรต่อมิอะไรให้ดีกว่านี้

เห้ออ .. มันน่ากลุ้ม ท่าท้าวคาง เอ.. หรือเท้าคาง
คิดแบบกลุ้มๆ

จบไม่ค่อยลง ต่อเอาเองนะคุณ คิดไม่ออก เหมือนกัน
ปิดไฟนอน


angry smile

#11 By ดวงใจดอกไม้.. (203.144.220.243) on 2008-03-21 12:30