ถ้าวันนึงเราจะจากกัน

posted on 06 Mar 2008 21:51 by parmer  in memo

 


 

กี่วัน ที่มันผ่านไป ที่เราไม่เข้าใจกัน

กี่วัน ที่มันผ่านไปด้วยความว่างเปล่า

 

เหมือนเราสองคน ไม่มีใครเข้าใจใคร

คำพูดของผม ก็ เหมือนลม ที่พัดผ่านไปโดยไม่มีความหมาย

ทั้งๆ ที่ผมทำทุกอย่างก็ด้วยความเป็นห่วง....

 

ทำไมทุกอย่างมันถึงยังวนไปเช่นเดิม

ทำไม..ทุกวัน มันถึงไม่มีอะไรดีขึ้น สำหรับ เราสองคน

 

ผมรักพ่อ....แม้ไม่เท่าแม่ แต่ก็รัก

พ่อเป็นญาติคนเดียวที่ผมเหลืออยู่ ...และจะแปลกอะไร

 

ถ้าผมยังไม่อยากให้พ่อจากไปด้วย เหล้า....แบบนี้

 

ผมรู้..ว่ามันเกินจะเยียวยา รึ มีวิธีใดให้พ่อหยุด รึ ลด ....

แต่ผมขอแค่อย่างเดียว

 

อย่างเดียวจริงๆ...แต่พ่อไม่เคยทำได้

เหล้าแบบที่พ่อกิน...มันแรงเกินไป และ มันจะฆ่าพ่อเร็วยิ่งกว่าเดิม

 

ผมห้ามมาเสมอ...และบอกตรงๆ ว่าเกลียดคำตอบนั้นมาก

...มันถูกดี

 

มันคุ้มกับชีวิตพ่อมั้ยครับ ???????

 

.......................

 

ผมไม่อยากทะเลาะ ไม่อยากสอน รึ สั่งอะไร ..ผมไม่บังอาจ

ไม่รักผมก็ไม่เป็นไร...

 

รักตัวเองหน่อย....ขอร้อง

 

พ่อจะปล่อยให้ 70 กว่าปีในชีวิตพ่อผ่านมาและผ่านไป โดยไม่มีอะไรดีๆ ในชีวิตเลย

 

เพื่ออะไร ??? เพื่ออะไร......

 

ผมเบื่อ ภาพพ่อนั่งเมาหลับ...ทุกครั้งที่่ผมกลับบ้าน

ผมเบื่อ....ที่อดไม่ได้ ที่จะขอร้อง และ สุดท้ายจบลงที่การเสียใจ ของทั้งผม และ พ่อ

 

แต่มันเริ่มเดินทางมาถึงจุดที่ผมเบื่อจริงๆแล้ว

 

ผมยังรักพ่อเสมอ....

 

แต่จากนี้ผมจะไม่พูดอีกแล้ว

30 ปีของผม ไม่เคยมีวันไหนที่ไม่มีภาพพ่อ่ถือแก้วเหล้า

 

แม้แต่ในงานศพแม่ ...ในวัด.....

 


ถ้าวันนึงเราจะต้องจากกัน.... อย่างน้อย

ผมก็ไม่เสียใจ ว่าผมพยายามมากพอแล้ว... 

 

คนเราทุกอย่างอยู่ทีใจ

ถ้ามีความรักเป็นที่ตั้ง ....มันจะยากอะไร แค่ลด....

เพื่อตัวเอง เพื่อลูก...

 

แค่เพื่อเวลาที่ยืดออกไปอีกสักหน่อย

 

มันคงไม่มีความหมายอะไรกับพ่อกระมัง

 

สำหรับเวลาของเราสองคน

ที่ยังได้อยู่ด้วยกัน

 

.....แบบวันนี้

 

******************************

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เข้ามาอ่าน...

#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-03-06 22:41

เข้ามาอ่านเหมือนคนข้างบน ^
คนแก่ แก้ยาก เปลี่ยนยาก ดื้อเหมือนเด็ก
ผมเคยประสบกับตัวเอง แล้วก็กลุ้มใจเอง แล้วก้มีเรื่องทะเลาะกันรุนแรง จนตัวเองต้องมาเสียใจในสิ่งที่ทำ หลังจากคิดให้ตกแล้ว ก้ต้องทำความเข้าใจเขา คิดอย่างเขา และเข้าใจในสภาพของเขาให้ได้ ตัวเราเองยังมีโอกาส และเวลาที่จะเปลี่ยนและหาความรื่นรมย์ในชีวิตอีกเยอะ ส่วนท่านคงทำได้ยากแล้ว

เอาใจช่วยครับ ใครเจอเองก็คงต้องเรียนรู้เองและเข้าใจความยากลำบากของสถานการณ์นั้นเอง ทำให้เต็มที่แล้วกัน การคิดไปคิดมา เอาภาพในอดีตมารวมคิดเข้าปด้วย ทำให้เจ็บใจมากขึ้น ตัดมันออกจากใจไปดีกว่าครับ

#3 By true2u on 2008-03-07 02:31

cheer cheer ปามละกันเนอะ :)

เห็นใจพ่อปาม อืม...
เราคิดว่า บางทีท่านก็อาจจะอยากเลิกที่สุดเลยก็ได้นะ
แต่มันมีหลายปัจจัย

เราไมรู้ว่าท่านดื่มมาตั้งแต่เมื่อไหร่

เราขอเล่าเรื่องของเราให้ฟังละกัน

เราเคยติดแป้ง(คาร์โบไฮเดรต)ชนิดที่เรียกว่า
เคยกินข้าวหม้อใหญ่ๆหมดคนเดียว
เคยกินขนมปัง ทั้งแถว2-3แถว
ยังไม่รวม กับข้าว อาหาร ขนมอื่นๆ ในมื้อนั้นอีก

กินจนมันล้นมาถึงอก กินจนร้องไห้ไม่อยากกินอีกแล้ว
ร้องไห้จนหลับไปเลย ทั้งที่ทุกอย่างยังจุกอยู่ในท้อง

ตอนนั้นเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อย จนมีครั้งหนึ่ง
เรากลัว จนถึงกับล้วงคอตัวเอง ให้อาเจียน
เรารู้ว่าไม่ดี ไม่ได้อยากินมากขนาดนั้น ไม่อยากล้วงคอ
(ล้วงแค่ครั้งเดียวนะ โชคดีที่เราหาทางแก้ได้ก่อน)

ทำไมเรากินเยอะแบบนั้น?
เราไม่รู้สึกอิ่มเลย และยิ่งกินก็ยิ่งอยาก น้ำลายสอ

คำตอบ คือ
เราเป็นโรคที่มีการหลั่งของฮอร์โมนอินซูลินมากกว่าปกติ

ดังนั้นเมื่อมีอาหารที่เป็นแป้ง หรือคาร์โบไฮเดรตอื่นๆ
เข้าไปในปาก ขั้นแรกของการย่อย เริ่มที่น้ำลายก่อนเลย
เพื่อเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล ทุกครั้งที่ร่างกายได้น้ำตาล จะเกิดการหลั่งของ อินซูลิน

แม้เราจะกินแค่ยาที่เป็นแคปซูล
ทำจากข้าวเหนียวแค่เม็ดเดียว
ก็เป็นการกระตุ้นให้อินซูลินหลั่งแล้ว ทีนี้ของเรามันหลั่ง
มากกว่าปกติ อินซูลินที่มากเกินปกตินี้ก็จะไปจัดการ
น้ำตาลในเลือด ซึ่งขณะนั้นอยู่ที่ระดับปกติของคนทั่วไป
ให้ต่ำลงทันที เราก็จะเกิดอาการป่วยต่างๆนานา

ส่วนอาการกินแล้วไม่อิ่ม เพราะ เมื่อเรายิ่งกินอะไร
ที่เป็นแป้ง มันก็จะยิ่งไปกระตุ้นให้หลั่งอินซูลินมากขึ้นๆ
น้ำตาลในเลือดเราก็ยิ่งลดๆ มันก็ไม่มีจุดที่จะไปบอก
ร่างกายสักที ว่าตอนนี้น้ำตาลในเลือดอยู่ที่ระดับพอดีแล้ว
ความหิวหมดไปแล้ว หยุดกินได้แล้ว

^^ ข้างบนที่เราเล่ามา เพราะจะบอกว่าบางทีมันไม่ได้
อยู่ที่ใจ ที่อยากเลิกอย่างเดียว บางทีมันอยู่ที่เคมีใน
ร่างกาย ที่มันผิดเพี้ยนไปด้วย

ทุกวันนี้ เราต้องกินอาหารตามโปรแกรม กินแป้ง/น้ำตาล
ได้เฉพาะเวลาที่กินได้ ไม่งั้นเราก็จะกลับสู่วงจรน้ำตาลตก
น้ำตาลต่ำอีก เราก็จะกินข้าวได้เป็นหม้อๆโดยไม่อิ่มอีก

อืม ถ้าปามอยากให้ท่านเลิกดื่ม บางทีมันไม่ได้อยู่ที่ใจ
อย่างเดียว โดยเฉพาะถ้าท่านดื่มมานานหลายสิบปี
ถ้าจะเลิก เราว่าต้องมาดูในรายละเอียด ว่าจะทำอย่างไร
บ้าง อาจต้องปรึกษาหมอตลอดการเลิก

big smileเป็นกำลังใจให้ ทั้งคุณพ่อ คุณลูกนะ

ปล.กว่าเราจะเลิกติดแป้ง และปรับสมดุลย์มามีชีวิต
แบบที่เป็นอยู่ปัจจุบัน เรายังใช้เวลากว่า 2 ปีเลย :)

#4 By noui (124.120.163.116) on 2008-03-07 10:09

เล่าซะยาว เข้าใจผิด แค่อยากให้ท่านเปลี่ยนยี่ห้อนั่นเอง
sad smile ขออภัยๆ

#5 By noui (124.120.163.116) on 2008-03-07 10:14


อืม ผมไม่ได้ขอให้เลิกกินรึอะไร เพราะรู้ว่ามันเลิกไม่ได้

แค่ขออย่่างเดียว ว่าอย่ากินเหล้าโรง เหล้าเซี่ยงชุน รึตราเสือ

เพราะมันแรง และ แอลกอฮอลก็ คนละชนิด

จะกินจนตายผมก็ไม่ว่า แต่อย่างน้อยให้ได้รู้สึกว่า เราได้พยายามจะทำอะไรสักอย่างแล้ว

ผมให้เงินทุกวัน...ให้กินข้าว

กินอะไรที่มันดีๆ

เป็นนายจะรู้สึกยังไง ให้เงินทุกๆ เดือนเพื่อหมดไปกับเหล้า

ยอมกินยี่ห้อที่ถูกที่สุด เพื่อได้กินปริมาณมากๆ

ของแค่นี้ไม่เกี่ยวกับร่างกายหรอก

มันอยู่กับใจ...

#6 By parmer on 2008-03-07 10:16

เข้ามาอ่านเหมือน #1 และ #2

#7 By Bloody eye on 2008-03-07 11:08

คนแก่ มีอายุส่วนใหญ่ก็เป็นอย่างนี้ละครับ ถ้าบอกตรงๆ ไม่ค่อยจะยอมเปลี่ยนหรอกครับ เพราะค่อนข้างดื้อ ลองเปลี่ยนเป็นคนที่อายุใกล้เคียงกับพ่อให้เขาชวยคุยกันสิ แล้วสอดแทรกเรื่องพวกนั้นเข้าไป อาจจะดีขึ้นก็ได้นะ

เอาใจช่วยครับ big smile
เข้ามาอ่านเหมือน #1 #2 #7

ปล. ยังไงก็พ่อopen-mounthed smile

#9 By nork on 2008-03-07 14:29

อืม .. โน คอมเม้นต์ ค่ะ , ยังไงพี่ก็ทำดีที่สุดแล้ว
เป็นกำลังใจให้นะคะ big smile

#10 By Bew on 2008-03-07 15:10

ผมคงแนะนำอะไรมากไม่ได้
เพราะว่าเป็นเรื่องของความเคยชิน
กับอายุของบุคคล
แต่คงได้แค่เอาใจช่วยครับ
อย่าเพิ่งท้อถอยและหมดแรงใจไปเสียก่อน
เราห้ามท่านไม่ให้ทานเหล้าไม่ได้ในขณะนี้
แต่เราสามารถทำอย่างอื่นทางอ้อม
ที่จะทำให้ท่านทานน้อยลง
หรือว่าทานเหล้าที่ไม่ทำลายสุขภาพมาก
หรือว่าในเมื่อเลิกไม่ได้ก็บำรุงสุขภาพให้ดีขึ้นเสีย
ถือว่าชดเชยกัน หรือไม่ก็วิธีอื่นๆหลายอย่างก็ตามแต่

อย่าเพิ่งหมดแรงใจเสียก่อน
ต้องเป็นกำลังใจให้ท่านต่อไปครับ

surprised smile

#11 By m@Y D@y (58.8.233.218) on 2008-03-10 02:01