แววตาของอากาศ

posted on 08 Feb 2008 15:14 by parmer  in memo

 

 

เย็นวันหนึ่งที่ร้านอาหารริมทางเดิน

ผู้คนเยอะแยะ ขวั่กไขว่

อาหารมาแล้ว เต็มโตะ๊ และ เรากำลังจะเริ่มจัดการมัน

 

พลันก็มีเด็กน้อยแขกคนหนึ่่ง ยิ้มหวานและ พูดไทยสำเนียงแขกแบบ ท่องจำเล็กน้อยว่า

ลูกอม 10 บาทช่วยซื้อหน่อยค่ะ

 

ปฏิกริยาแรกของเราคือ เงียบ และ ส่ายหน้า

ปกติผมไม่ชอบ การมาเรี่ยรายเงินตามโต๊ะ รึขายของแบบนี้อยู่แล้ว

 

และปกติที่เจอมาตลอด มักจะมาขอแบบกึ่งปล้นสะดม ด้วยความสงสาร

ทำหน้าตูด และ ยืดบิดไปมา แบบ เมื่อไหร่จะให้ซักที

 

และเมื่อเราส่ายหน้า รึ บอกไม่ว่าไม่ครับผม

หลายครั้งที่แสดงออกใส่เราคือ หน่างอ ไม่ก็ บ่น ร้ายสุดก็คือด่าตามหลังมา

 

ซึ่งมันทำให้รู้สึกแย่ได้ทุกที ว่า เราทำอะไรผิด ?

ผมคิดเล่นๆ เสมอว่า ...เดือนๆ นึง เค้าเหล่านั้นน่าจะได้รายได้มากกว่าผมเสีัยอีก

 

และ ถ้าวันนึง ผมเดือดร้อน ไม่มีบ้าง ไปเดินแบมือขอแบบนี้ จะมีใครสงสารมั้ย....

 

ถ้าผมจะให้ ส่วนใหญ่จะให้คนที่ มีการแสดง เล่นดนตรี รึ ทำอะไรสักอย่างเพื่อนแลกกับเงิน

ผมรู้สึกว่า คนเราควรลงทุนอะไรบ้าง ถ้าจะต้องการอะไรจากคนอื่น

เพียงแค่คิดว่าตัวเองพิการ และ จะนั่งเฉยๆ ก็คงต้องนั่งไปแบบนั้น

อันนี้ไม่นับพวกที่โดนแกงค์ จับมาปล่อยตามจุดต่างๆ

 

ซึ่งคงเลือกอะไรไม่ได้อยู่แล้ว

 

กลับมาที่น้องคนนั้นกันต่อ

 

เธอเดินจากไปสักพักหนึ่งแล้ว โดยไม่ได้แสดงกริยาอะไร เมื่อโดนผมปฏิเสธ

ยังคงยิ้มหวานให้ แม้ไม่ได้อะไรจากพวกเราเลย

 

อาหารเริ่มกร่อยลงโดยไม่มีสาเหตุ

 

ความคิดเริ่มวนในหัวผม

นี่เราใจดำเกินไปรึเปล่า.... แล้ว เค้าจะขายมันได้มั้ย

ทำไมน้องเค้ายังยิ้มอยู่ได้ แม้ไม่มีใครซื้ออะไรจากเธอเลย

 

แววตาที่ผมจำได้

 

ก็ยังเป็นแค่แววตาเด็กคนนึงที่ยังร่าเริง

เหมือนเดินขอขนมจากผู้ใหญ่

 

และมันทำให้ผมรูั้้สึกเหมือนเป็นผู้ใหญ่ใจร้าย

แม้อีกส่วนก็บอกตัวเองว่า

 

อย่าให้โดนหลอกเพราะความน่าสงสารสิ

ถ้าเราให้ไป ก็ไม่มีวันจบ พวกนี้ ส่วนใหญ่ มีขบวนการทั้งนั้นแหละ

 

แล้วมันจะสิ้นสุดตรงไหนเล่า

 

รอยยิ้มหวานๆ แววตาใสๆ ของเด็กสักคน

มันไม่ควร ถูก ปฏิเสธ รึ ทำเหมือนเธอเป็นอากาศ แบบนั้น

 

และผมก็ทำไปแ้ล้ว

.........................

 

ก่อนกลับ ผมยังมองหา ว่าน้องคนนั้น หายไปไหนแล้ว

แน่นอนว่า เธอไม่อยู่

 

ป่านนี้คงไปอยู่แถวๆ ร้านอาหารใดร้านอาหารหนึ่ง ละแวกนี้

ท่ามกลางผู้คน และอาหารเต็มโต๊ะ

 

และแน่นอน รอยยิ้มและแววตาเหล่านั้น คงไม่มีค่าใด

ให้เราจดจำ รึ แม้แต่พูดถึง

 

นั่นเพราะ สำหรับเรา

 

เธอก็เป็นได้ แค่อากาศ

และเลือนไปได้ ในไม่กี่วินาทีถัดมา

 

แต่อย่างน้อย ผมก็รู้แล้ว

 

ว่าอากาศ

มีแววตา และ รอยยิ้มเป็นแบบใด

 

******************************

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ไม่ต้องคิดมากหรอก

#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-02-08 15:45

จะใจอ่อนก็..ต่อเมื่อเด็กคนนั้นบอกว่า

นี่..อันสุดท้ายแล้วพี่..หนูจะได้กลับบ้านแล้วแล้ว
ช่วยซื้อหน่อยนะ..

สุดท้าย..มานก็ไม่กลับ..ยังคงถือถุงมะม่วงหนึ่งถุงไปตามโต๊ะอื่น ๆ พูดประโยคเดียวกันนั่นแหล่ะ..

หลัง ๆ มานี่ต้องบอกว่า..ถ้าพี่ซื้อแล้วยังไม่กลับ..

โดนเตะ..นะเฟ้ย!tongue

#2 By ChanCha on 2008-02-08 15:52

มาก่อนคนแรก

จริงๆความสงสารมันก็มีอยู่กันทุกคนแหละพี่
ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากให้หรือว่าใจดำ
บ่อยครั้งที่เราให้ไปแล้ว ท้ายสุดที่เค้าทำน่าสงสาร
ทำใสซื่อ กลับกลายเป็นการแสดงละคร
และเราก็เสียความรู้สึกดีๆไป

ผมเคยเจอนะครับ ยายขายพวงมาลัยพูดเสียน่าสงสารเลย
ผมก็ซื้อแก
สองพวงสุดท้ายในกระด้ง เพื่อที่แกจะได้ขายหมด
และได้กลับบ้านไปนอน ผมเดินกลับมาอีกที
อ้าวเต็มกระด้งเลย ไหงยายไม่กลับบ้านล่ะ
ผมเดินไปมาแถวนั้นอยู่หลายวัน ถึงรู้ว่าแกขายเป็นอาชีพ
ที่ว่าช่วยซื้อให้หมดๆหน่อยนั้นหมายความว่า
หมดล็อตนี้จะได้ไปเอาล็อตหน้ามาขายต่อ (ยังมีอีก
อยู่ข้างหลังหลายถุง) ก็เป็นงั้นไปเสีย

เราเองไม่รู้หรอกนะครับว่าใครลำบากจริงลำบากปลอม
หากให้ไป ใครจะรู้ว่าเราเป็นคนหนึ่งที่เซี้ยมสอน
ให้เด็กที่มีรอยยิ้มสดใสนั้น กลายเป็นนักแสดงที่เก่งฉกาจ
ในการเล่นละครตบตาคนใจบุญอย่างเราๆ

ฟังดูหดหู่และสังเวชใจสังคมไทยที่ไม่เท่าเทียมกัน
หากคราวหน้าสงสารจริงๆ ลองถามว่าเปลี่ยนจากเงิน
ไปเป็นขนมหรือว่าของกินจะดีไหม แล้วเราก้ซื้อให้
ดีกว่าให้เงิน เราก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปซื้อข้าวจริงหรือเปล่า
ไม่ใช่ว่าโดนเด็กโตแย่งไป หรือว่าต้องจ่ายให้พวกแก๊งค์ลูกหมู

น่าสงสาร

#3 By m@Y D@y (58.8.163.26) on 2008-02-08 15:53

55 เคยเหมือนกัน มันบอกหิว เลยจะพาไปกินเตี๋ยว มันไม่ยอมไป เลยถามว่า อ้าวไหนว่าหิว วิ่งหนีไปเลย

-*-

#4 By parmer on 2008-02-08 15:53

กรรม สงสัยพิมพ์ยาวไป หล่นลงมาเป็นที่สามเลย
เฮียแกก็จริงๆ เขียนเสร็จปุ๊บ กระจายข่าวปั๊บ

เยี่ยม

#5 By m@Y D@Y (58.8.163.26) on 2008-02-08 15:54

บางทีถ้าเราอยากให้เราก็ให้เถอะ
หรือบางทีถ้าเราไม่อยากให้เราก็ไม่ต้องให้

แต่ในเมื่อถ้าเราอยากเป็นผู้ให้แล้ว
ก็ไม่จำเป็นจะต้องคิดต่อก็ได้ ว่าเค้าจะเอาไปทำอะไร
ยังไงต่อ

อย่างน้อยเราก็ไม่ต้องมานั่งรู้สึกผิด
อย่างน้อยๆเงินจำนวนนั้นอาจจะมีความหมาย
กับเค้ามากมายจนเราคาดไม่ถึงก็ได้surprised smile

#6 By vodkatonicz on 2008-02-08 15:58

เคยมีคนที่ผมรู้จักคนนึง บอกผมว่า

...เราไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลในการที่เราคิดว่านั่นเป็นการทำความดี เธอไม่จำเป็นต้องให้เงินเด็ก ถ้าเธอคิดว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่เธออยากจะทำ ไม่มีใครมองว่าเธอผิดทั้งนั้น

และถ้าเธอให้ไปแล้ว เธอไม่มีความปีติกับการให้นั้น จงอย่าให้ เพราะนั่นจะเป็นการทำร้ายตัวเธอเอง...

จนกระทั่งทุกวันนี้ ผมเลยไม่ให้เงินเด็กพวกนี้เลย ไม่รู้คนที่ผมรู้จักคนนี้ จะว่าไงบ้าง แหะๆ

ส่วนใหญ่จะให้คนที่เล่นดนตรีให้ฟังน่ะsad smile

#7 By nork on 2008-02-08 16:51

เห็นด้วยกับหลาย ๆ ความเห็น
ถ้าเราอยากให้อะไรใครซักคน ก็ไม่ต้องคิดอะไร
ให้ก็คือให้ แต่ถ้าวันนั้นเราคิดว่าเราไม่ให้น่ะ ก็ไม่ต้องกลับมาคิดมากว่าเราใจดำไปรึเปล่า ไม่ต้องหาเหตุผลมาประกอบ ชีวิตมันก็แบบนี้แหละ
แต่น้องคนนี้ก็ดีกว่าบางคนที่เคยเจอน่ะ เดินมาขอเงินดื้อ ๆ เลย น่ากลัวกว่ามากbig smile

#8 By sjtree on 2008-02-08 17:32

เวลาเด็ก ผู้ใหญ่ คนแก่ ที่เดินมายืนขอตังค์
มักจะเป็นช่วง บรรยากาศมาคุ ทุกครั้ง
วัดใจกัน ระหว่าง เรากับเขา
อึดอัดเป็นบ้าเลย

เคยเจอเด็กประถมเดินมาขายปากกาที่โต๊ะ
พุ่งก็เลยตั้งโจทย์เลข
ถ้าน้องตอบได้ พี่จะซื้อ
ตอบไม่ได้ ไม่ซื้อนะ
ตกลงมั๊ย?

แล้วก็แพ้น้องเค้าทุกที
open-mounthed smile

#9 By พ. on 2008-02-08 22:34

แถวสยาม มีแก็งค์แขก พูดภ.อังกฤษ เป็นคนโตแล้ว
เข้ามาขอเงิน ตอนที่คนถูกขอ ไม่concentrate
เช่นเวลาพูดโทรศัพท์อยู่
แต่งตัวคล้ายนักท่องเที่ยว แต่แบบนักท่องเที่ยวเงินหมด
บอกว่าให้เท่าไหร่ ก็เอา จะเอาไปกินข้าว

อย่าให้นะ ถ้าเค้าหิวจริง ก็บอกพาไปเลี้ยงข้าว

#10 By noui (124.120.165.129) on 2008-02-09 06:18

คิดแบบพี่อ่ะึคะ
หลายครั้งที่คิดว่าตัวเองใจดำไปรึเลป่า

แล้วบางครั้งก็ใจอ่อนซอย่างนั้น
คิดแบบพี่อ่ะึคะ
หลายครั้งที่คิดว่าตัวเองใจดำไปรึเลป่า

แล้วบางครั้งก็ใจอ่อนซอย่างนั้น
big smile คนจำพวกนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ผลิตโดยระบบทุนนิยมน่ะค่ะ

... ใครมีเงินลงทุน มีหนทางรอดก็พูดง่ายหน่อย
(ร้องเพลงสิ, ทำงานสิ ฯลฯ)
บางคน ทำงานเป็นมาตั้งแต่เด็ก ยิ่งไม่ยอมจ่าย"ทาน"ให้กับคนที่มาขอเลย
.... ก็ไม่ผิดนะคะ เป็นแนวคิดที่ดี ลดอาชญากรรมที่จะเกิดจากความสงสารอีกทางหนึ่ง


แต่ถ้าจะควักเงินให้ ก็อย่าไปคิดว่าเค้าน่าสงสารหรือไม่น่าสงสารเลย
คิดในแง่ที่ว่า ตัวเราเงินเหลือหรือเปล่า เงินจำนวนนี้จะเอาไปใช้อะไรหรือเปล่า ยกให้เค้าไปแล้วเราจะเดือนร้อนมั้ย
ทำทานแล้วเราจะสบายใจมั้ย

แค่นั้นก็พอค่ะ คิดถึงแต่ตัวเอง ทำเรื่องที่ตัวเองมีความสุข

#13 By PoY on 2008-02-09 22:52

คิดแบบพี่น๊ะว่าเราใจดำรึป่าวที่ไม่ช่วยเหลือเค้า
แถวรามมีแบบนี้เยอะมากไม่ว่าจะคน หรือ ช้าง
น่าสงสารจัง
เคยมีอยู่ครั้งนึงยายแก่ๆๆๆ เดินมาขอเอาลูกอมมาแลก
ในถุงมีอยู่ 10 เม็ดได้มั้ง ก็ส่งเงินให้ไป 10 บาท ใจอยากจะช่วยน๊ะเพราะยายแก่แร้ว
แต่ได้รับคำตอบจากยายมาว่ามันยี่สิบบาทจ๊ะ
โห้ขูดเลือดปูชัดหลังจากนั้นไม่ค่อยอยากช่วยใครแหระ
แต่ยังรุสึกไม่ดีทุกครั้งที่เจอแบบนี้ครั้งล่าสุกก็วันศุกร์นี่เองช้าง มา2 เชือก ในเวลาไม่ถึงชั่วโมงcry

#14 By kirmkan (124.120.21.194) on 2008-02-10 11:47

ผมก็คิดคล้ายๆคุณนะครับ
คือไม่ให้แล้วกลับมาเครียด
แล้วก้เคยนึกด้วยว่า ถ้าวันนึกเราอดอยาก แล้วมาแบมือขอ จะมีใครให้เงินเรามั๊ย แล้วเราจะทำยังไง ขายออะไร แสดงอะไร เพื่อให้คนเห็นคุณค่าจนกระทั่งโยนเงินมาให้เรา

#15 By มนุษย์กล่อง on 2008-02-12 23:22