หลงลืม และ ละเลย

posted on 24 Jan 2008 10:20 by parmer  in memo

 

ในชีวิต ผมมีคนที่ผมพูดได้เต็มปากว่า รัก และสนิทที่สุดอยู่แค่ สองคน

นั่นคือ แม่ กับ พี่เลี้ยงผม " พี่นี "

 

ตั้งแต่เล็ก ๆ คนทีี่เลี้ยงดูผม และ ปกป้องผมจากทุกสิ่ง

คือ พี่นี ...เราสองคนขาดกันไม่ได้

พี่เป็น ทั้งพี่เลี้ยง เพื่อน และ แม่คนทีี่สอง

 

หาเพื่อนมาให้ผมในยามที่ผมไม่มีใครเล่นด้วย....

หาของกินอร่อยๆ มาให้ และรู้ใจผมเสมอ ว่าชอบทานอะไร

เป็นแม้ เพื่อนเล่นกับผม และ ปรึกษาปัญหาทุกเรื่อง

และจริงๆ แล้ว แทบทุกปัญหาของผม

 

พี่นี จะเป็นคนรู้คนแรกเสมอ

 

จนวันที่พี่นี จากไป ...ลาออก

สองครั้งที่ ผมขอร้องให้ไปตามพี่นีกลับมา

 

ผมยังจำภาพวันที่เรา พ่อแม่ลูก ขับรถไล่กวดรถไฟสายใต้

ไปจนถึงสถานี บางซื่อ

 

และทันทีที่พี่นีเห็นน้ำตาผม

ก็ไม่ลังเลที่จะวิ่งลงจากรถไฟ เพื่อกลับไปอยู่กับเราอีกครั้ง และอีกครั้ง

 

แต่สุดท้าย วันแห่งการจากลาก็มาถึง เมื่อผมอยู่ ม 3

จำได้ว่า ตื่ืนมาเช้าวันหนึ่ง มีจดหมายที่วางอยูี่่บนโต๊ะทานข้าว

 

พี่นีจากไปแล้ว....

 

ผมร้องไห้อยู่หลายวัน เป็นเดือน...

และมารู้หลังจากนั้นอีกหลายปีว่า พี่นีไปนั่งดักรอดูผมเดินเข้าโรงเรียนทุกเช้า

 

อีกหลายปีพอดู ที่ผมได้กลับไปอยู่กับพี่นีอีก

ก็ตอนที่ผมเข้า มหาลัย และ บ้่านพี่นี ย้ายมาอยู่รังสิต ไกล้มหาลัยผม

แม่ตัดสินใจให้ผมไปอยู่บ้านพี่นี ตลอด 4 ปีนั้น

 

ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงแห่งอารมณ์แปรปรวนของผม

เพราะการเรียนที่หนัก และธีสีสที่เครียด

 

หลายๆครั้ง ผมจึงไปลงกับพี่นี และ ลูก

แต่พี่นีไม่เคยโกรธ และ ดูแลผมเป็นอย่างดี เข้าใจผมในทุกสิ่ง เสมอมา...

 

อีกหลายปีผ่านไป

 

เราค่อยๆ ห่าง ด้วยสถานการ์ณบ้านผมที่ ย่ำแย่ และพี่นีก็แย่ไม่ต่างกัน

 

จนวันที่ผมเสียแม่

พี่นีก็กลับมาในชีวิตผมอีกครั้ง ช่วยเหลือ และทำให้คืนวันร้ายๆ ผ่านไป

ผมเคยคิดเสมอว่าวันใดที่แม่ไม่อยู่

 

คนที่ผมนัีบเป็นครอบครัวคนสุดท้ายอีกคน คือ พี่นี

 

จากวันนั้น ก็ครบสองปี ที่แม่จากไป

ผมมีช่วงที่แย่ และโทรหาพี่นีอีกครั้ง เหมือนทุกครั้งที่ผมทำเวลา รู้สึกแย่

คือหาคนปลอบใจ

 

และผมรู้สึกน้อยใจ ว่าพี่นี ใส่ใจผมน้อยลง ไม่ว่างคุยและ เหมือนเราห่างกันออกไป

แน่นอน...ผมเสียใจ และ ไม่โทรไปหาอีกเลย ร่วมปี

 

แต่สองสามวันก่อน ผมรู้สึกคิดถึงและอยากโทรไปเล่าเรื่่องดีๆ บ้าง

ว่าผมอยู่ได้แล้วนะ ผมกับพ่อเริ่มจะรอดชีวิตแล้ว

 

ไม่มีคนรับสาย....

 

ผมโทรซ้ำแล้วซ้ำอีก ในอีกหลายวันต่อมา

และไม่มีคนรับสายอีกเช่นเคย

 

เมื่อคืนผมจึงตัดสินใจไปหาญาติที่รู้จักกับพี่นี

ว่าได้ข่าวคราวบ้างมั้ย ผมเป็นห่วง

 

แต่เค้าก็ไม่ได้ข่าวเช่นกัน

 

จนเมื่อเช้า ผมได้รับโทรศัพท์จาก ญาติคนเดิม

บอกมาตามสายว่า เค้าติดต่อญาติของพี่นีได้แล้ว

 

ตอนนี้พี่นีพักรักษาตัวอยู่ที่สุราษฏร์...ด้วยโรคอัมพาต

 

ผมพูดอะไรไม่ออก กล่าวขอบคุณญาติที่บอกข่าว

และใจผมมันว้าวุ่นเหลือเกิน ตอนนี้

 

ผมไม่อยากปล่อยให้ มันผ่านไปเหมือนตอนผมกับแม่อีก

 

ผมไม่อยากปล่อยให้เราจากกันไปโดยไม่ได้บอกรัก ..และขอบคุณ...อีก

 

อยากให้รู้ว่า ยังมีผม ..และ ลูกพี่นี ก็เหมือนลูกผม

ถ้าจากนี้แกไม่มีใคร

 

ผมจะดูแลแกเอง...เท่าที่จะทำได้

 

ตอนนี้ใจผมมันไปอยู่สุราษฏร์ เสียแล้ว

คงต้องหาเวลาลงไปในเร็วๆนี้อีกครั้ง

 

จะมีกี่คนในชีวิตเรา

ที่ทำให้เรารู้สึกได้เสมอ ถึงความรักที่มี

และแม้ไม่ใช่ญาติ

 

แต่รักเรายิ่งกว่าญาติใดๆ ในสายเลือด

 

อยู่รอผมอีกหน่อยนะครับ ขอร้อง....

 

******************************

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ขอให้ความเข้มแข็งจงอยู่กับคุณเพื่อใช้ฝ่าฝันอุปสรรคทั้งปวงเพื่อชีวิตของคุณและคนที่รักคุณนะครับ ขอเอาใจช่วย

#1 By Ripley on 2008-01-24 11:23

เค้าต้องรอคุณอยู่แน่นอนค่ะ
ไปทำในสิ่งที่อยากทำ โดยไม่ต้องลังเลน่ะค่ะ
เพราะเค้าย่อมรู้ค่ะว่า คุณก็ไม่ได้หลงลืม และละเลยเค้าแน่นอนbig smile

#2 By sjtree on 2008-01-24 15:58

อย่างน้อยทุกอย่างก็ยังไม่สายจนเกินไปค่ะ
ขอให้พี่ปาล์มเข้มแข็ง และทำในสิ่งที่อยากทำค่ะ
ทำสิ่งที่ดีที่สุด
เป็นกำลังให้ทั้งพี่ปาล์มและพี่นี
big smile double wink question

#4 By *~kirmkan~* on 2008-01-24 20:06

ดีแล้ว ขอให้ทันค่ะ

#5 By TheDoctorWearsPrada on 2008-01-24 23:56

ไปสุราษฏร์ๆ question
big smile

#6 By noui (124.120.163.86) on 2008-01-25 09:26

ผมเองก็เคยมีพี่เลี้ยง และก็เคยมีความรู้สึกผูกพันธ์นี้ครับ
มันเจ็บปวดนะครับที่เวลาพี่เลี้ยงต้องจากเราไปมีครอบครัว
ของเค้าเอง หรือว่าต้องไปทำงานอย่างอื่นที่ได้เงิน
เยอะกว่าเพื่อที่จะมาเลี้ยงครอบครัวของเค้า
หลายๆคนเข้าก็ร้องให้หลายๆหน เพราะว่าใครที่มาดูแลเรา
เราก็รุ้สึกดีและผูกพันธ์กันทุกคน

ผมเพิ่งจะมาชินชากับการจากลาของพี่เลี้ยงเมื่อไม่กี่ปีนี่เอง
ทำไมผมถึงชินน่ะเหรอครับ เพราะว่าหลังๆผมไม่ได้
ให้ความรู้สึกผูกพันธ์กับพี่ๆมากเท่าแต่ก่อนแล้ว
ไม่ใช่ว่าไม่รัก แต่ว่ากลัวจะต้องเสียใจอีก ดังนั้นผมก็เฉย
และทำตัวให้ไม่รักใครเกินไป...

ผมเข้าใจถึงความรู้สึกของเจ้าของบล็อกดีครับว่าเป็นอย่างไร
ในตอนนี้ หากอยากที่จะทำอะไร ก็ลงมือทำตามใจตัวเอง
ที่มันเรียกร้องเถอะครับ เราจะได้ไม่เสียใจและเสียดาย
เหมือนๆกับครั้งที่แล้วมา

เอาใจช่วยอย่างแรงๆครับ

confused smile confused smile confused smile

#7 By m@Y D@y (58.8.152.117) on 2008-01-25 10:23