ผมไปดูหนังเรื่องนี้ในวันแรกที่ฉาย... แบบพอเดาได้บ้างว่ามันจะออกมาแนวไหน

จริงอยู่ ไม่คิดว่ามันจะ ชัดเจน และ ค่อนข้างตรงกับทิศทางที่จะนำเสนอมากพอดู

ในขณะเดียวกัน มันกลับมาพร้อมความละเมียด และ จริงจังในประเด็นอย่างเหลือเชื่อ

 จากนี้มี spoiled นะครับ

 

หนังยาว 2 ชม ครึ่งได้ แต่มันผ่านไปแบบผมไม่รู้สึกเบื่อ  จะบอกว่า ตั้งแต่เฟรมแรกของหนัง

และฉากแรก ของมิวกับ อาม่า เริ่มขึ้น.....ฉากเล่นเปียโนของยายหลาน ได้ใจผมไปเกือบหมดตั้งแต่นั้นแล้ว

ฉนั้น ผมจึงรู้สึกสนิทกับหนังเรื่องนี้ แทบจะทันทีหลังจากนั้น ประหนึ่งได้เจอเพื่อนเก่า

เกือบทุกอย่างในหนัง ล้วนเคยเกิดขึ้นกับผม....การตั้งคำถามให้ชีวิต ความเหงา

การเปิดเผยตัวตน....และการตามหาใจตัวเอง....

 

ทั้งโต้ง และ มิว ต่างก็ขาดไปในสิ่งที่ ตัวเองไม่มี และมันจะแปลกอะไร ถ้าเค้าทั้งคู่

สามารถเติมเต็มให้กันและกันได้  ......คนหนึ่งไม่มีใครเหลือ  และอีกคน ถึงมีก็เหมือนไม่มี

ถ้าเรามองข้ามประเด็นเกย์ไม่เกย์ในเรื่องนี้ไปโดยไร้อคติ

 และปล่อยให้ เรื่องราวมันซึมผ่านไปในหัวใจ แล้วเราจะพบว่า ....ในความรัก มันไม่มีเพศ

และสิ่งที่เห็นมันคือสิ่งสมมติ ถ้ามองข้ามร่างกายนั้นไป .....ผมว่า

เราน่าจะเข้าใจ และ อินไปกับทุกอย่างในหนังได้อย่างเต็มที่กว่านี้

 

หนังเล่าเรื่อง ทั้งในอดีต และ ปัจจุบัน ผ่านมุมมองของเด็ก ทั้งคู่...โต้ง และ มิว

ในช่วงเวลา ในวัยของการ เปลี่ยนแปลงและตามหาตัวเอง....และแน่นอน

ความเป็นจริงของการค้นพบตัวเอง บางครั้งมันอาจเจ็บปวด ทั้งกับตัวเอง และคนที่รักเรา

 

 

 

แม่ ของโต้งในเรื่องนี้ เป็นตัวอย่างของผู้หญิงที่แบกทุกอย่างไว้กับอก และ เลือกที่จะเข้มแข็งที่สุด

เพื่อกลบความอ่อนแออย่างที่สุดไว้....

 

 

ฉากที่ผมชอบที่สุดในเรื่อง คงเหมือนหลายๆคนที่ได้ไปดู....ฉากไข่พะโล้...ที่เรียบง่าย ไม่มีคำพูดใด

แต่ผมร้องไห้ไปเรียบร้อย....มันคือชีวิตจริง และผมเคยเห็นแม่ทำแบบนั้นบ่อยๆ

เวลาที่ผมไม่ทานข้าวที่แม่ตั้งไว้ให้

 

หลายตัวละครในเรื่อง ล้วนมีแผลในใจที่ เป็นรูโหว่ ในชีวิต

โต้ง....กับครอบครัวที่ พังทลายจากการสูญเสียพี่สาว

มิว....กับการไม่มีใคร และอยู่กับความเหงาที่ ไม่รู้จะไปจบตรงไหน

สุนีย์.....กับการเป็นทุกอย่างในบ้าน และแบกทุกอนาคตไว้กับตัวเอง ในยามที่ผู้นำครอบครัว เอาแต่กินเหล้า

พ่อ...ผู้จมอยู่กับการสูญเสียลูกสาว โดยไม่เคยลืมตาดูว่า ลูกอีกคนและภรรยา ยังอยู่ และเหมือนตายทั้งเป็น

จูน....ผู้เคยผิดพลาด และไม่อาจย้อนเวลาเพื่อทำอะไรให้ครอบครัวตัวเองได้อีก

และอีกหลายๆ สิ่งในเรื่อง ล้วนพูกพันกันและกัน แต่ละส่วน ในแต่ละความพร่อง

กลับมาเยียวยา และเติมเต็มให้กันและกันไปโดยไม่รู้ตัว....

 

อีกฉากที่ชอบคือฉาก เพื่อนของมิวที่บอกว่า

" แม้เราจะไม่เข้าใจนาย แต่เราก็ยังเป็นเพื่อนนายเสมอ....ทำไมชอบคิดว่าไม่มีคนเข้าใจวะ....."

นั่นสิ ความเป็นเพื่อนมันน่าจะยิ่งใหญ่กว่าแค่รสนิยมทางเพศ

และ แม้เราจะไม่เหมือนกัน แต่ไม่มีอะไรห้ามความเป็นเพื่อนได้

เคยมีเพื่อนคนนึงถามผม

"กูถามตรงๆ ตกลงเมิงเป็นอะไรแน่...."

กูเป็นเกย์ ผมตอบ

"เออ ....แค่นั้นล่ะ  กูหายข้องใจแล้ว...ปะ ไปแดรกข้าวกัน ไอ้ห่า...."

แล้วความเป็นเพื่อนของเราก็ดำเนินไปเช่นเดิม...ก็แค่ความชอบที่ไม่เหมือนกัน..แค่นั้น

 

บทสุดท้าย ...กับการตัดสินใจของโต้ง

ผมชอบฉากต้นคริสมาสนั้นที่สุดครับ.....ประโยคนั้น

"  เลือกในสิ่งที่คิดว่ามันดีที่สุดสำหรับชิวิตลูกก็แล้วกัน...." 

 เหมือนที่แม่เคยบอกผมตอนผมสารภาพ....

คำตอบของแม่คือ รอยยิ้ม ....และคำพูดสั้นๆ   "แม่รู้แล้ว ....เป็นในสิ่งที่ลูกเป็นแล้วมีความสุข

นั่นคือความสุขของแม่....."

และ เพราะความเข้าใจของแม่

ผมถึงไม่เคยเสียใจที่เกิดมาเป็นแบบนี้.....

 

แม่....เหนื่อยมั้ย ? โต้งถามแม่ตอนเกือบท้ายๆ เรื่องก่อนเดินไปหาแม่ที่กำลังแต่งต้นคริสมาสเพียงลำพัง

เรื่องอะไร? แม่ถามโต้ง

....ก็ ...ทุกๆเรื่อง....

เหนื่อยสิ....แม่ตอบ พร้อมรอยยิ้มที่ทำเอาผมน้ำตาหยด....

 

 

ผมชอบสิ่งที่โต้งเลือกในตอบจบของหนัง.... มันงดงาม และ ทำให้ความรักของโต้งยิ่งมีค่า

เพราะ...เค้าเลือกโดยใช้สมอง... แม้จะชัดเจนว่าในหัวใจเลือกอะไร

แต่ มันคือสิ่งที่ดีที่สุด ที่ควรทำในขณะนั้น

 

และผมชอบคำนี้ที่สุด.....แม้เราจะเป็นแฟนกันไม่ได้....แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้รักกัน..

 

 

แน่นอนที่สุดครับ...ความรักนั้น

มันยิ่งใหญ่กว่าเพศ สีผิว และเชื่อชาติมากมายนัก

 

ทุกอย่างล้วนลวงตา...

และสิ่งที่แท้จริงของคนคือจิตใจ !!

 

************************************

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อย่างนี้แหละพี่ หนังมันโดนbig smile

#1 By 1812 on 2007-11-24 01:42

ขอยังไม่อ่านบล็อกนี้ละกัน เพราะว่าเด๋วดูหนังไม่สนุก
แต่ก็มาคอมเมนท์ให้เจ้าของก่อน
เท่าอ่านๆมาหลายๆอันเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้
ก็รู้สึกว่าน่าเห็นใจกับเจ้าของบล็อกมากๆ
เพราะว่าบางทีอาจจะได้พบเจอกับคนที่มีทัศนคติ
บ้าบอปัญญาอ่อนที่มันมักจะมาขัดใจเสมอๆ
บางทีก็เก็บเอามาคิด (ให้ปวดหัวเล่น)

มันก็เป็นเรื่องปกติของมนุษย์
ที่ต้องมีความคิดขัดแย้งกัน
อยากให้คิดหาเหตุและมองให้มันทะลุไป
ไม่อย่างนั้นหากเราเจอคนแบบนี้อีก
พาลจะทำให้เกิดเรื่องทะเลาะ อารมณ์เสียเปล่าๆ
ดูตัวอย่างได้ง่ายๆเหมือนอเมริกากับกลุ่มก่อการร้าย
เหตุเพียงเพราะว่าศาสนาซึ่งเป็นเรื่องดี ซะงั้น

เอาเป็นว่าเอาใจช่วยเจ้าของบล็อกละกัน
เจ้าของบล็อกทราบเรื่องนี้ดี
พูดมากอีกแล้วตู (ประจำเลย)
อย่าถือสาเด็กแก่ขี้บ่นละกัน แล้วถ้า
เม้นท์นี้ไม่ตรงกับเนื้อความข้างบนก็ขอโทษอย่างสูง

sad smile

#2 By m@Y D@y (58.8.151.9) on 2007-11-24 01:46

ไอ้เด็กขี้บ่น อย่าลืมไปดูหนังล่ะ

#3 By parmer on 2007-11-24 01:51

ความรักนั้น
มันยิ่งใหญ่กว่าเพศ สีผิว และเชื่อชาติมากมายนัก
ยกเป็นวลีเด็ดไปเลยยยยยยคร่าาาาา
cry
กำลังฉุดกระชากเพื่อนในก๊กไปดูล่ะค่ะdouble wink
..
>Sh[!]ZuC[h]aN<
..
โอย
ยิ่งอ่านแล้วยิ่งอยากดู ไม่ spoiled นะ

ชอบ "แม้เราจะเป็นแฟนกันไม่ได้....ก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้รักกัน... "

#5 By มนุษย์กล่อง on 2007-11-24 09:09

\love your comment ,
that's like mine...
\love is love ,and that's all !!!

#7 By kikie (125.25.195.249) on 2007-11-24 15:11

question ยังไม่ได้ดู

#8 By noui (203.113.81.164) on 2007-11-24 19:24

ผมยังไม่ได้ดูหนังครับ...
แต่ครั้งแรกที่ผมรู้จักหนังเรื่องนี้ ผมก็ยกให้เป็นหนังไทยที่ดีที่สุดของปีนี้
และเป็นหนังที่ผมอยากดูที่สุด
ผมไม่รู้เหตุผลว่าเพราะอะไร

ตอนนี้ผมเข้ามาหาข้อมูล เพราะมีหลายคนพูดถึงหนังเรื่องนี้ในมุมต่างๆ มากมาย
ผมไม่ได้เชื่อใคร แต่เลือกจะเชื่อในแบบที่ตัวเองมีข้อมูล
ขอบคุณความคิดเห็นของคุณนะครับ
ผมยังไม่กล้าเห็นด้วย หรือคิดแย้ง
แต่ก็ชอบสิ่งที่คุณคิด
และชื่นชม ว่าคุณได้ข้ามผ่าน ช่วงเวลาที่ยากที่สุดไปแล้ว
เพราะคุณมีความเข้าใจในสิ่งที่เป็น
และมองมันด้วยสายตาอารยะ

ไว้คงได้คุยแลกเปลี่ยนความคิดกันอีกนะครับ

#9 By 9TonYa (202.44.8.100) on 2007-11-24 19:33

ว่าจะไม่ดูแล้ว แต่หลายเสียงบอกให้ผมต้องไปดู

พี่ก้อหนึ่งในนั้น ^^ วันนี้เลยพาตัวเองไปดูสะเลย

บอกได้คำเดียวครับ ว่าผม ชอบ หนังเรื่องนี้...

#10 By My Name is S@M@Thi on 2007-11-24 20:08

ยังคิดว่าเป็นหนังครอบครัวอยู่ดี ประเด็นเรื่องY เป็นแค่ส่วนหนึ่งในความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในหนัง

ชอบการแสดง โดยเฉพาะของมาริโอ้ กับพลอย น้องที่แสดงเป็นมิวตอนเด็กด้วย ดูเป็นธรรมชาติดี

ไม่ชอบกำกับศิลป์(บางฉาก) แม้จะทำหนังให้ออกมาแบบสมจริง แต่ความจริงที่สวยงาม และไม่ดูตั้งใจเกินไปก็มี หนังไม่ค่อยให้ความสำคัญกับบรรยากาศเท่าไหร่

ดูเสร็จ อยู่ๆเราก็คิดว่า หนังเรื่องนี้น่าจะเอาไปฉายในฟิลิปปินส์ด้วย หรือไม่ก็คนฟิลิปปินส์น่าจะชอบ ไม่รู้ทำไมนะ อิ อิ confused smile

เป็นหนังดี ที่ชอบopen-mounthed smile

#11 By noui (124.120.160.241) on 2007-11-27 10:06

เขียนดีจังคะ เป็นนักเขียนวิจารณ์หนังได้เลย

ชอบเรื่องนี้เหมือนกัน ตอนแรกไม่ค่อยเข้าใจ พอมาอ่านบล๊อกนี้ เข้าใจมากขึ้นเลยคะ

#12 By pu-i (125.24.38.117) on 2007-11-27 20:23

ไปดูมาแล้ว ยอมรับเลยว่าบทหนังเรื่องนี้มันยอดจริงๆ

#13 By true2u on 2007-11-28 03:43

แม้เราจะเป็นแฟนกันไม่ได้....แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้รักกัน..

ใช่ๆ ชอบประโยคนี้

ปล.ผมว่าฉากไข่พะโล้ มันจงใจบีบเกินไปนะ เพราะไม่เห็นจะต้องมานั่งกินไข่พะโล้เย็นๆแบบนั้นเลย เอาไปอุ่นก่อนก็ได้นี่วะ

#14 By (124.121.234.236) on 2008-02-02 22:57

ดังที่ผกก.กล่าวไว้
"ข้าพเจ้าเชื่อว่า การสืบพันธุ์เป็นเรื่องของชายกับหญิง แต่กับความรัก มันไม่จำเป็นต้องมีเพศ"



ลองอ่านที่ผมเขียนดูครับ

http://iuvday.exteen.com/20071127/entry

#15 By iuvday on 2008-04-28 19:02