เมื่อวันฝนซา
posted on 06 Nov 2007 11:47 by parmer in memo
หลายเดือนที่ผ่านไป กับสายฝน และความเฉอะแฉะ เจิ่งนอง
ต่างเปียกปอนกันไป ตามๆกัน
ถ้าเราจะลองถามคนหลายๆคน น้อยคนนักที่จะบอกว่า ชอบฤดูฝน
รถติด น้ำขัง ไปไหนมาไหนก็ลำบากเหลือแสน
แต่เราก็ต่างปฏิเสธมันไม่ได้ ว่า ทุกฤดูต่างมีความสำคัญ และต่างขาดอันใดอันหนึ่งไปไม่ได้
ชีวิตคนเรา คงไม่ต่างกัน เราต่างเลือกไม่ได้
ให้ชีวิตเรามีแต่ฤดูหนาว หรือ ร้อน
เมื่อฝนเริ่มโปรยปรายเข้ามาในชีวิต
สิ่งเดียวที่ทำได้ คือ คือใช้ชีวิตกันไปตามปกติ เหมือนๆ กับทุกฤดู
ฝนตก ก็ หลบมันมั่ง ไม่ก็ ตากฝนมันซะบ้าง
เพื่อเพิ่มภูมิต้านทานให้ร่างกาย
ไม่อ่อนแอจนเกินไปนัก
ผมเคยไปเที่ยวทะเล ในฤดูฝนที่คนน้อยมากๆ บนเกาะ
หลายคนว่า ทะเลหน้าฝนไม่หน้าเที่ยว ด้วย อากาศ และ หลายๆ อย่าง
แต่ไหนๆ เราตั้งใจไปเที่ยวทะเล แล้วจะกลัวไปทำไมกับสายฝน
ผมลองนอนตากฝนริมชายหาด
เบื้องหน้าคือแผ่นน้ำ และ เบื้องบนคือสายฝน
น่าแปลก ที่มันรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก เหมือนมันได้ชำระ บางอย่างออกไป
ทั้งจากตัว และจากใจ ....
จำได้ตอนเด็กๆ เวลาฝนมา จะเป็นเวลาที่เด็กๆ อย่างพวกผมมีความสุขมาก
เพราะได้ วิ่งออกไปเล่นน้ำฝน ในขณะที่ผู้ใหญ่ ได้แต่หลบอยู่ในบ้าน
ผมเพิ่งเริ่มเข้าใจ ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ก็ต่อเมื่อได้เป็นผู้ใหญ่นี่เอง
ว่าเพราะเรามีข้อแม้ในชีวิตมากเกินไป และติดอยูกับ กฎเกณท์ต่างๆ ที่ก็เรานั่นแหละตั้งมัน
นานๆที ได้ทำตัวเป็นเด็ก อยู่เหนือ เหตุผลและกฏเกณท์บ้างก็คงดี
ลมหนาวเริ่มพัดมาแล้ว ฝนก็เริ่มเหือดแห้ง
ฤดูแห่งการเฉลิมฉลองกำลังไกล้เข้ามา
ชีวิตท่ามกลางมรสุม ก็ คงค่อยๆ คลายตัว และสลายไปเหมือนเมฆฝน
จนกว่าจะถึงวันนั้น
ใช้ชีวิตให้มีความสุขที่สุด ทั้งภายใต้สายฝน และ ท่ามกลางลมหนาว
แดดออกก็ไปทะเล....ฝนตกก็นอนฟังเสียงฝน....ฤดูหนาวก็ ไปผิงไฟบนยอดดอยไหนสักแห่ง
แค่นี้ก็สุขเหลือล้นแล้ว.....
หาความสุขให้เจอในทุกฤดู
แล้วจะพบว่า
จะฝนรึหนาว ก็ต่างกันแค่ อากาศ
หาใช่ตัวเราไม่
*********************
แต่สุดท้ายก็เผลอลืมจนได้...
ทำไมหว่า...
#1 By nork on 2007-11-07 12:33