ถอยไม่ได้ ก็ชนมันซะ

posted on 29 Oct 2007 22:36 by parmer  in memo

 

ศัตรูตัวร้ายของตัวเราก็คือความคิดของตัวเอง

เพราะมันสามารถสั่งเราได้ทุกอย่าง

ทั้งดีและร้าย

และหลายๆครั้งที่มักพบภายหลังว่า ทุกอย่างที่มันเลวร้าย

นั่นเพียงเพราะใจเราคิดไปก่อน และคิดไปเอง

ความกลัวลึกๆ ในใจของเรานั่นแหละ ที่มันเลวร้ายยิ่งกว่าสิ่งที่เรากลัวเสียอีก

เพราะบางที สิ่งที่เรากลัว รึเหตุการ์ณต่างๆ มันเป็นแค่ช่วงเดียว

แล้วสุดท้าย มันก็ผ่านไปเอง

แต่ไอ้ความกลัว และกังวลในใจ ที่พาลทำให้เราคิดไปต่างๆ นาๆ

รวมถึงตั้งแง่ สารพัดกับ ทุกอย่าง

ล้วนไม่ทำให้เกิดผลดี และบางที ส่งผลโดยตรงกับร่างกายได้

จิตป่วย ก็สั่งร่างกายให้ป่วยตาม และพอร่างกายป่วย จิตก็ยิ่งป่วยลงไปอีก

เป็นวงจรอุบาศว์  ที่ ดิ้นไม่หลุด และโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเอง

 

สองเดือนมานี่ ผมเหมือนตกอยู่ในนรกแห่งความกังวล และ ความกลัว

กลัวงานผิดพลาด กลัวออกมาไม่ดี และ บอกตัวเองอยู่เนืองๆ ว่าทำเต็มที่แล้ว

แต่ไม่วาย กังวลจน นอนไม่หลับ เคยกระทั่งฝันว่าโดนนายด่า....

นั่นเพราะผมไม่ชอบความผิดพลาด และการโดนตำหนิ 

บ่อยๆ ที่มักจะซ้ำเติมตัวเอง

ยิ่งกว่าที่โดนจากคนอื่นอีกหลายเท่า

ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย  ..............รู้ และพยายามแก้ไขอยู่

สุดท้าย พอความกลัวและกังวลมันมากเข้าเรื่อยๆ..

อยู่ๆ กลไกบางอย่างของสมองผมมันก็สั่งว่า

จะกลัวอะไรนักหนาวะ ในเมื่อมันหนีไม่ได้ ก็ชนมันดูซักที

และการชนก็ไม่ได้หมายถึงการ ปะทะเสมอไปนี่หว่า

ก็แค่ ในเมื่อเรารู้ว่า มันจะเป็นอย่างไร และจะโดนอะไรบ้าง

ก็ นับหนึ่งถึงร้อย ถึงพัน หลับหูหลับตา  แล้วก็คิดซะว่า นั่นไง กูว่าแล้วมานต้องด่ากรูแบบนี้

มองให้มันขำๆไปซะ   ว่ามันช่างด่าได้ไม่ครีเอทคำใหม่ๆ เล้ย 

แล้วพอรู้ตัวอีกที

มันก็ผ่านไปแล้ว  แล้วก็การโดนตำหนิ โดนด่า ก็ไม่เคยทำให้ใครตายได้

นอกจากมันทนไม่ไหว ชิงทำร้ายตัวเองเสียก่อน อันนั้นไม่นับ

จากนี้ผมกำลังนับถอยหลัง

รอวันพุ่งเข้าชน

อย่างใจจดจ่อ

นานๆ โดนด่าซักทีก็เพลินดีเหมือนกัน

จริงมั้ยครับ : )

 

 ***************************

เคยลองอ่านหัวข้อ entry ของเราไล่ลงมาเรื่อยๆมั้ยครับ

ผมว่ามันวัดได้นะ ว่า ช่วงนั้นเราคิดอะไรและ กังวลรึ หมกมุ่นกะเรื่องอะไร

ผมลองอ่านหัวเรื่องไล่มา พบว่ามีแต่เรื่องงาน และความเครียด ติดๆ กันหลาย entry

สนุกดีเหมือนกัน เหมือน ได้เรียบเรียงดูชีวิตตัวเองว่า ช่วงนั้นๆ เราคิดอะไร

และดูพัฒนาการของความคิด ส่วนจะพัด ตะ นา ขึ้นรึลง

ก็สุดแท้แต่กรรมเวร และประสบการ์ณของแต่ละคนนั่นเอง

: P 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

สิ่งที่ควบคุมความคิดได้ก็คือ...
...จิตใจ...
เพียงแค่ใจสู้ อะไร ๆ ก็ไม่ยากเกินไป
สุ้ ๆ ค่ะ

#1 By ~!!!EstelioN!!!~ on 2007-10-29 23:10

อ่านแล้วมีกำลังใจ มากๆเลย

ถ้าถอยไม่ได้ ก็ชนไปเลย big smile

#2 By StrAngeR//LinLa on 2007-10-29 23:20

ทำประกัน ก่อนชนเน้อครับ

ยิ้ม ๆ สู้ ๆ นะครับ

#3 By ออส (58.105.134.5) on 2007-10-29 23:41

วันนี้ปถวายเพลพระมา พอพระฉันเสร็จก็ถามโยมว่าจะให้เทศน์เรื่องอะไรดี มีเด็กบอกว่าอยากให้ท่านช่วยสอนเรื่องอิทธิบาทสี่ ก็ตั้งใจฟังแล้วก็นึกถึงคุณ มันน่าจะช่วยได้นะครับ ครอบคลุมปัญหาที่คุณเจออยู่เลย

#4 By true2u on 2007-10-30 00:41

อิทธิบาทสี่ ข้อแรกคือฉันทะ การจะทำการงานใดให้ลุล่วงสำเร็จ สิ่งแรกที่ต้องการคือ ความรักในงานที่ทำ มีความสุข ชอบทำงานนั้น หาจุดที่เราชอบ ทำให้งานนั้นน่าสนุก มองให้มันมีแง่ที่เราจะชอบและมีความสุขที่จะทำ

ข้อถัดมาคือ วิริยะ ต้องมีความพากเพียร มานะอดทน ไม่ย่อท้อ มุ่งมั่นที่จะทำโดยไม่ทิ้งไปกลางคัน

ข้อสามคือจิตต คือมีใจจจดจ่อ ไม่วอกแวก เดี๋ยวอยากทำไอ้โน่น เดี๋ยวอยากทำไอ้นี่ สุดท้ายไม่ได้ทำให้สำเร็จซักอบ่าง ต้องมีสมาธิ รวมพลังอยู่ในสิ่งที่เราจะทำ

ข้อสุดท้ายคือวิมังสา คือต้องทำด้วยปัญญา วิเคราะห์หาหนทางที่ถูกที่เหมาะสมที่จะบรรลุในการงานที่ตนตั้งใจไว้ ซึ่งถ้าไปเลือกหนทางที่ผิด ศิ่งที่ผ่านมาทั้งสามข้อก็จะไร้ประโยชน์ไป เพราะไม่ว่าจะมีใจรัก จดจ่อ พากเพียรทำงานั้นเท่าไร แต่ทำไม่ถูกวิธี มันก็ไม่อาจจะสำเร็จไปได้

ธรรมะที่ว่า ค่อยๆอ่าน ค่อยๆคิดตาม แล้วก็ปฏิบัติตาม คิดได้แต่ไม่ปฏิบัติก็ไม่เกิดประโยชน์นะครับ

(ปล. ระหว่างฟังเทศน์ ผมก็นึกปรับใช้กับตัวเอง หรือแม้แต่เรื่องราวของคุณก็เหอะ มันก็มีแง่ให้เราได้สำรวจเป็น Checklist แล้วก็พบว่าช่วงนี้ เรามันไม่มีธรรมะข้อนี้เลย ทำให้งานการมันติดขัด จะไปโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเอง แต่ก็คิดต่อออกไปอีกด้วยนะครับว่าอย่างคุณหรือผมนี่ก็ยังโชคดี เอาธรรมะข้อนี้มาจับใช้กับตัวเองได้ไม่ยาก ลองถ้าตัวเองป็นกรรมกรหาเช้ากินค่ำ คนขัดห้องน้ำ อย่างนี้โอกาสจะให้เกิดฉันทะในงานก็ยากกว่าเราๆเยอะ แล้วคนพวกนั้นเค้าจะดิ้นรนต่อไปยังไงกัน มันมีความไม่เท่าเทียมกันอยู่ มองคนอื่นที่มีโอกาสน้อยกว่า ปัญหามากกว่า แล้วเราควรจะบอกตัวเองว่าเราโชคดีแล้ว เราไม่มีปัญหาแล้ว

#5 By true2u on 2007-10-30 02:50

นับถอยหลัง....
เหมือนกำลังจะปล่อยขีปนาวุธเลยอ่ะ
แง่มๆ

#6 By nork on 2007-10-30 08:26

ยินดีด้วยงับ

กับอีกก้าวยาวๆก้าวนึง ของมุมมองชีวิต

สู้ต่อไป เปนกำลังใจเสมอเน่อ

confused smile confused smile confused smile

#7 By -*- (124.121.247.137) on 2007-10-30 18:32

ยินดีด้วยครับ

#8 By m@Y D@Y (58.8.150.44) on 2007-10-31 12:43