รู้..แต่ทำไม่ได้

posted on 26 Oct 2007 16:40 by parmer  in memo

 

 

เรื่องบางเรื่องแม้เรารู้ แม้เราท่องจำขึ้นใจ ว่ามันเป็น หน้าที่

แต่ ก็อดโมโหตัวเองไม่ได้ทุกที ที่ ความอดทนมันช่างมีจำกัด

และถึงแม้จะมากขึ้นกว่าแต่ก่อน

ก็ยังคงไม่มากพอที่จะ เก็บมันไว้ได้นานเท่าคนอื่นๆ

ทราบดี ว่าที่เค้าจ้างเรามาทำงาน ก็เพื่อทำงานที่เค้าไม่อยากทำเอง

อย่างติดต่อคนที่น่าเบื่อ งี่เง่า และ ปัญญาอ่อน

ถ้างานมันแสนสนุก และสบาย เค้าคงไม่จ้างเรามาให้เปลืองเงินเล่น

แต่แม้จะพยายามทำให้ทุกอย่างมันดีเพียงใด

จะนับหนึ่งถึง 100 รึ 1000 ก็ได้แค่นับ

ผมไม่มีความสามารถในการคุยกับคนงี่เง่า ที่ไม่เข้าใจภาษาคน

รึแม้แต่พวกเข้าใจแต่แสร้งไม่เข้าใจก็ตาม

ทุกอย่างมันมีเหตุ มีผลของมัน ทำไมไม่หัดเข้าใจอะไรบ้าง

คนบางคนก็ idiot สุดประมาณ

จะเอาเร็วๆ .......แต่กว่าจะคอนเฟิร์ม กว่าจะสรุป เปลี่ยนทุก 2 วัน

จะเอาถูกๆ .......แต่จะให้เพิ่มนั่นเพิ่มนี่ แต่ไม่ยอมเพิ่มเงิน

จะเอาทุกอย่างตามที่ตัวเองต้องการ  แต่ไม่เคยคำนึงถึงคนทำงาน

ถ้าผมเสกเฟอร์นิเจอร์เหล่านั้นได้เองโดยไม่ต้องพึ่ง ช่าง รึ ดินฟ้าอากาศ เพื่อรอให้สีแห้ง

ผมคงเสกมันให้ไปกองบนตักคุณ ถึงในบ้านเดี๋ยวนี้

รึถ้าเอามันอุดปากของคุณให้หยุดพล่ามได้ ผมคงทำไปแล้ว

แต่โลกมันไม่ใช่การ์ตูน และ ช่างที่เรามี ก็ งี่เง่าไม่ต่างกัน

เงินไม่มา งานไม่เดิน  เงินไม่ถึง งานไม่ทัน

คงเป็นกรรมของคนกลางแบบผม

และสุดท้าย ไม้ตายของ ลูกค้างี่เง่าแบบนี้ก็คือ

ฟ้องนายของเรา...และแน่นอน  เราผิดทุกประตูสำหรับเจ้านายที่เคารพ

เค้าคงจ้างเรามาเพื่อสิ่งนี้  จะให้ลงที่ใคร ถ้าไม่ใช่ที่เรา

..................ทำไมไม่เกิดมารวยๆมั่งว๊า

แม่เคยบอกว่า นิสัย (สันดาน ) อย่างลูก เป็นลูกน้องใครไม่ได้ 

แต่ชีวิตจริงมันไม่ใช่นิยาย  และ ชีวิตแสนสุขของผมมันก็จบไปนานแล้ว

ชีวิตจริงมันบัดซบกว่านั้นนัก  และเราต่างอยู่กันไปเพื่อทำหน้าที่

ทำงานแลกเงิน เอาเงินแลกชีวิต ทั้งของตัวเองและ คนข้างเคียง

เมื่อเราเลือกอะไรไม่ได้ ก็ก้มหน้าก้มตาทำมันต่อไป

โลกมันเป็นของคนที่มีเงินเท่านั้น

คนจนๆ อย่างเรา ใช้งานทำเงิน

แต่คนเหล่านั้น เค้าใช้เงินให้เราทำงาน

หลอกใช้เราไปวันๆ ด้วยคำว่าเงินเดือน

และด้วยเศรษฐกิจแย่ๆ แบบนี้

ในยุคที่ คนใหญ่คนโต เอาแต่ ทะเลาะ และ แก่งแย่งกันเป็นใหญ่

ตัวจ้อยๆ อย่างเรา ก็คงทำได้แค่นั้น

และอย่างที่รู้เสมอ คนที่แกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอด

มีคนสอนผมเยอะแยะ เรื่องการ

ปลงและปล่อย

อย่าเอาความเครียดใส่ตัว

แต่ทั้งๆที่รู้ดี  รู้มาก.......แต่ก็เหมือนเคย

ทำไม่เคยได้สักที

 

 ************************

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

สู้ๆค่ะ

#1 By ~*Pe@w*~ on 2007-10-26 17:10

มิน่าล่ะ วันนี้ทักไป ไม่ตอบกลับ
ไว้ผมหาตั๋วคอนเสิร์ตได้ ค่อยไปดูกันนะbig smile

#2 By nork on 2007-10-26 17:16

เข้าใจ...และทำไม่ได้ เช่นกัน
วันนี้ ผมก็เจอเรื่องไม่สู้ดี เช่นกัน
ยังงัย ก็สู้ สู้มันไปพร้อม ๆ กัน นะ

#3 By ออส (220.236.187.222) on 2007-10-26 23:05

เหมือนกานเลย เป็นไรไม่รู้เหมือนกัน
sad smile

#4 By Rabbitos on 2007-10-27 00:12

ไปที่ไหนก็เจอครับ งี่เง่างี่เง่าแบบนี้ แต่ฝีกอดทนไป แล้วบางทีมันก็จะดีเอง ลูกค้าเรื่องมากแบบนี้ สุดท้ายแล้ว ถ้าเราทนเค้าได้ เค้าจะแคร์เรามากเลย เพราะไม่มีใครทนเค้าได้อีกแล้ว ตอนนี้ ผมก็มีซี้ๆที่เคยเรื่องมากๆกับเรา
เค้าก็ยังเรื่องมาก แก้โน่นเปลี่ยนนี่ไปจนนาทีสุดท้ายเหมือนเดิม ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี เพราะคนมันไม่เปลี่ยน
แต่การเอาได้ใจคนแบบนี้เป็นความท้าทายนะครับ ทำงานให้สนุกนะครับ ทำงานนี่ นอกจากต้องออกแบบของแล้ว ยังต้องออกแบบคนด้วย แล้วตัวเราก็จะมีความสุขขึ้นได้เองแหละ

กรณีนี้ไม่แนะนำให้หนีไปหางานใหม่ครับ ให้ฝีกไว้ เหมือนจะหนีร้อน ควรจะไปอยู่ในที่ร้อนกว่า แล้วเราจะรู้สึกว่าอยู่ได้สบายๆกับอากาศร้อน แต่ถ้าหนีร้อนไปเข้าห้องแอร์ เราจะเป็นไข้ครับ ไม่มีภูมิต้านทาน

#5 By true2u on 2007-10-27 00:45

ขอบคุณครับที่แนะนำ แต่ท่าจะไม่ทันแล้ว ผมชิงบึ๊มลูกค้าไปแล้ววันนี้ -*- ซวยแน่ตรู

#6 By parmer on 2007-10-27 00:55

อีก4เดือนผมก็จะหลุดออกมาสู่โลกมนุษย์เงินเดือนเหมือนกับพี่แล้วหล่ะ ก็เตรียมใจไว้แล้วว่าคงจะเจออย่างนั้น ผมยิ่งพูดกับใครไม่รู้เรื่องอยู่
อดทนๆแล้วกันพี่ สักวันพี่อาจจะเจองานใหม่ที่ดีๆก็ได้sad smile

#7 By 1812 on 2007-10-27 08:39

จึ๋ย ไม่อยู่ไม่กี่วันก็มีเรื่องอีกแล้ว

อืม พูดแบบกลางๆ ก็เข้าใจทั้งนายจ้างและลูกจ้าง
เข้าใจอารมณ์ลูกจ้างเพราะว่าเป็นมาก่อน
เข้าใจคนที่ต้องคุมคนเพราะตอนนี้ต้องคุมคนอยู่เหมือนกัน
แต่เราก็ไม่สามารถที่จะเลือกอะไรได้มากมายเท่าไหร่
ไม่ว่าจะเป็นนายจ้างที่แสนดี หรือลูกค้าที่แสนจะเข้าใจคนที่ทำงานที่ถูกจ้าง
หรือแม้แต่เลือกลูกจ้างที่เข้าใจเราผู้ที่ต้องคุมลูกน้องร้อยพ่อพันแม่ แต่ละคนก็มีดีเลวต่างกันไป
ทุกอย่างต้องมีการปรับตัวบนพื้นฐานความเข้าใจกันและกัน
หากบางทีมันทำไม่ได้ก็จะเป็นการอดทนแบบที่เจ้าของกระทู้เป็นอยู่ ซึ่งการกระทำแบบนี้มันมีลิมิทในตัวมันเอง
มันเป็นการอดทนที่ต้องแบกไว้อย่างหนักอึ้ง
ไม่ใช่การเข้าใจที่มองโลกอย่างแสนสบายใจ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมทราบดีว่าพี่รู้ดีและเข้าใจมันอย่างถ่องแท้ทุกประการที่ใครๆต่างพูดมา
เพียงแต่ว่าอยู่ในช่วงที่ต้องปรับตัวและเรียนรู้ที่จะรับมือกับมัน
ในแบบของตัวเอง ก็เอาใจช่วยนะครับ
ผมเห็นด้วยกับคุณ true2u มาก เพราะว่าถ้าเราหนีสักครั้งแล้ว
เราก็จะหนีในครั้งต่อไป บ่อยๆเข้าก็จะไม่มีภูมิต้านทานหรือทนอะไรไม่ได้ เพราะคิดว่าโลกนี้มันแสนเลวร้าย
ไม่มีที่ดีๆให้เราอยู่เลย แต่เราจะอยู่ได้ถ้าเราปรับตัวให้ชินกับสภาพที่เลวร้ายด้วยแนวทางความเป็นตัวเราเองและไม่เสียความเป็นตัวตนที่แท้จริงไป ผมไม่ได้แนะนำให้พี่อ่อนน้อมและไม่สู้ แต่อยากให้เป็นต้นอ้อที่ยืนต้นสู้พายุอย่างชาญฉลาด เมื่อพายุผ่านไปต้นอ้อก็ยังยืนต้นมีชีวิตและขยายพันธุ์ต่อไป และมองต้นไม้ใหญ่ที่นอนตายเพราะว่าไม่ลู่ลมอย่างเวทนา ถ้าเราทำได้เมื่อนั้นต่อให้เราอยู่ที่ไหนก็สบายบรื๋อ

ลูกค้าอ่ะ สมัยนี้มันถูกฝังในหัวว่าตูเป็นคนจ่ายเงินนะ ไม่ได้ขอฟรีๆ ดังนั้นเค้าจะคิดว่าจ่ายเงินออกไปแล้วก็ต้องได้ของที่คุ้มค่ากับเงิน (อันน้อยนิด) ที่จ่ายออกไปอย่างสูงสุดๆๆๆๆๆๆๆ และมันก็มีความคิดในสมองแบบนี้กันทุกคน มากน้อยก็จะต่างกันตรงการอบรมสั่งสอนหรือว่าคุณธรรมในใจว่าอันไหนควรหรือว่าไม่ควร ดังนั้นรับมือกับคนเหล่านี้ให้ได้ครับ และก็ยอมรับเถอะว่ามันไม่ได้มีเพียงคนเดียวในโลก มันมีอีกเป็นล้าน ถ้าเราผ่านคนแรกไปได้ เราก็จะผ่านคนที่สอง สาม สี่ไปได้ไม่ยาก แต่ถ้าเราไม่ผ่านคนนี้ คนต่อไปมันก็จะยากขึ้นๆ เราจะผ่านไปได้หรือ?

เอาใจช่วยครับ การเรียนรู้ชีวิตบางทีมันก็ยาก บางทีมันก็ง่าย แล้วมันก็จะไม่จบสิ้นจนกว่าจะหมดลมหายใจกันไป มันไม่ได้ปรับกันได้วันสองวัน บางทีมันอาจจะต้องใช้เวลา ก็ขอเอาใจช่วยละกันพี่

big smile

โทษด้วย คอมเมนท์ทียาวเหมือนเป็นเจ้าของบล็อกเขียนเอง นิสัยนี้แก้ไม่หายเสียที

#8 By m@Y D@y on 2007-10-28 12:52

อึม เอาใจช่วย

เราเคยทำงานเป็นลูกจ้างแป๊บเดียว ก็ทนไม่ไหว555
ตอนนี้ไม่มีเงินเดือนค่าจ้างแล้ว
ต้องใช้จ่ายประหยัด ไม่ได้ไปเที่ยวไหนแบบใครๆ
ก็พยายามทำทุกวันให้มีความสุข

เร็วๆนี้ เพิ่งอ่านหนังสือ ชื่อ"เข็นครกลงเขา"
อ่านแล้วก็มองโลกได้สบายๆขึ้น
เป็นหนังสือหมวดธรรมะที่อ่านง่ายๆ

ออกกำลังกายเป็นกิจวัตร ทำให้สมองโปร่งดี
เราไม่เคย/ไม่คิดว่าจะชอบ ออกกำลังในยิม
ส่วนมากก็วิ่งในสนาม/สวนสาธารณะ
ชอบที่ได้สัมผัสกับต้นไม้ ธรรมชาติรอบๆ

เรารู้สึกว่าได้รับพลังธรรมชาติ
ช่วยให้เราฟื้นจากความเครียด
การเจ็บป่วยทั้งกายใจได้เร็วขึ้น

อืม... เข้าใจ เจอแบบนี้ก็เครียดกันทุกคนแหละ
"แต่ถ้าไม่วาง ก็ต้องแบกอยู่อย่างนั้นแหละ"

:)สู้ๆ ละกัน








#9 By noui (124.120.171.32) on 2007-10-29 10:04