หนังสือ (ไม่) ใหม่: กล่องไปรษณีย์สีแดง
posted on 27 Aug 2007 21:52 by parmer in book
จากหนังเรื่องโปรดของผม ... 5 รอบในโรง และ อีกไม่รู้เท่าไหร่ จากแผ่น..
จนมาได้อ่านต้นฉบับ ที่เป็นหนังสือของ อภิชาติ เพชรลีลา..
ก็พบว่า ทั้งในหนัง และ ในหนังสือ ต่างก็มีประเด็น ย่อยแยกออกไปอีก
การขับ และเน้นของ เหตุการณ์นั้น จะต่างกันเล็กน้อย.. เพื่อรองรับ
บางประเด็นในหนังให้ ชัดขึ้น
ในหนังสือ ค่อนข้าง จะ บรรยายถึง สถานที่ และ ผู้คน ....กึ่งๆ หนังสือสารคดีนำเที่ยว...
แต่เป็นการเที่ยวแบบ...ค่ำไหนนอนนั่น...
และจุดหมายของการเดินทาง คือเพื่อ หนีหัวใจของตัวเอง..
................................
ดากานดา...แกไปทะเลครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ คงนานมาแล้วสินะ
ก็บ้านของแก คือภูเขา ผิดกับฉัน ฉันผู้ไม่มีบ้านเป็นทั้งทะเลหรือภูเขา
ฉันจึงโหยหาที่จะไปสัมผัสมันอยู่ตลอดเวลา เวลาห้าปี ฉันได้อาศัยภูเขาเป็นที่พักพิง
นั่นก็เป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น วันนี้ฉันได้จากมาแล้ว และฉันกำลังเดินทางไปสู่ทะเล
ซึ่งจากมานานเหลือเกิน( แต่นั่นแหละ.. ที่นั่นก็ไม่ใช่บ้านของฉัน )
จริงๆ แล้ว ผมไม่เคย อยู่ในสภาวะ การแอบรักเพื่อนสนิท แบบในหนัง...
แต่ไม่รู้ทำไม บรรยากาศ ในหนัง กับ จังหวะ หลายๆ อย่าง มันทำให้ผมชอบ...
ไม่รู้ชอบหนัง รึชอบที่จะให้ตัวเองได้รู้สึกเหมือนอยู่ในบรรยากาศแบบในหนังกันแน่...
อาจจะเพราะผมเรียน ศิลปะ และ เชียงใหม่เป็น หนึ่งในฝันของผม
ที่อยากไปอยู่ เสมอมา...
บรรยากาศ ของเพื่อน และ การแอบรัก ...การรอ ....ทั้งคนรอจะบอก....และคนรอจะฟัง
สุดท้าย... เพียงเพราะความกลัว....กว่าจะรวบรวมความกล้ามากพอ...
ก็ อาจจะสายไป...
หรือแม้แต่มันไม่สายไป...
แต่ความเป็นเพื่อนมันอาจเลย ล้ำ
และสำคัญ กว่า ความรู้สึกในแบบอื่นไปแล้ว
สำหรับอีกฝ่าย
....................
ดากานดา...แกถามฉันว่า ฉันมาทำอะไรเอาในตอนนี้ ยามที่สีแสดสดของทองกวาวกำลังเลือนไป...
ฉันจะตอบแกว่าอย่างไรดี ฉันได้บอกรักแกใต้ต้นชงโคก่อนที่เราจะต้องจากกัน...
.....................
ดากานดา...ฉันรักแกเพราะแกดีใจเหมือนฉัน แกเศร้าใจเหมือนฉัน
ถ้าแกอยู่กับฉันในตอนนี้ แกก็จะรู้สึกเช่นเดียวกัน...
....................
ฉันเริ่มนับวันและนับคืนและคิดว่า เอาล่ะ จดหมายของฉันจะเดินทางไกลถึง 1500 กิโลเมตร จากเกาะพะงันไปเชียงใหม่ ฉันนึกถึงการเดินทางอันยาวไกลของมัน
มันต้องลงเรือข้ามอ่าวไทยขึ้นฝั่ง จากนั้นมันก็ขึ้นรถไฟเข้ากรุงเทพ ต่อรถไฟอีกขบวน
เพื่อไปเชียงใหม่ มันจะไปพักอยู่ที่ทำการไปรษณีย์ที่ไหนซักแห่งในเมือง แล้วนายบุรุษไปรษณีย์หนุ่มผู้แข็งขัน ก็จะพามันไปถึงประตูบ้านของแกเลยทีเดียว
แล้วมันจะบอกกับแกว่า สวัสดี ดากานดา ฉันเดินทางมาถึงแล้วนะ......
....................
แล้วนุ้ยก็ถามอีกว่า ฉันเชื่อเรื่องรักแท้แต่ชาติปางก่อนไหม
คนรักของเราในชาติก่อนกำลังตามหาเราอยู่
รอคอยวันเวลาที่จะพบและรัก...
ฉันยังไม่ทันพูดอะไรเธอก็ยิ้มเยาะขึ้นมาเสียก่อน เธอไม่เชื่อและแม้ว่ามันเป็นเรื่องจริง..
ชาติเดียวก็เพียงพอแล้วสำหรับชายคนหนึ่ง..
ชาตินี้เธอให้โอกาสชายทุกคนที่รักเธอ...เธอพูดแล้วก็หัวเราะเสียงดัง..
เธอว่ายังไม่มีชายคนใดที่รักเธออย่างแท้จริงเลย-
ฉันได้แต่ยิ้ม นุ้ยถามฉันว่า ...ฉันจะรักเธอได้ไหม.....
........................
ดากานดา...ฉันเริ่มเขียนบันทึกเล่มนี้มาตั้งแต่อยู่ปีสาม ฉันซื้อมันมาจากร้านแซงแซว
หน้ามอ มันถูกเลหลังอยู่ในตะกร้าเมื่อผ่านปีใหม่ไปแล้ว
ต่อมามันกลายเป็นอาณาเขตส่วนตัวของฉัน ในอาณาเขตนี้ฉันไม่เคยโกหกตัวเอง ไม่เหมือนกับอาณาเขตภายนอก
ฉันมั่นใจว่าสิ่งที่ฉันบันทึกลงไปทุกคำ มันออกมาจากหัวใจของฉันเลยทีเดียว....
ฉันไม่เคยสับสนกับความรู้สึกที่มีต่อแก ฉันรู้จักมันดี ไอ้ความรู้สึกรักภายในใจฉัน
ฉันเชื่อว่าฉันรักแกนะ.....ดากานดา
เหมือนกับในตอนนี้ที่ฉันเชื่อว่า หากอยู่ที่นี่ต่อไปอีก ฉันต้องรักหญิงสาวคนนั้นแน่ๆ....
.ภายในอาณาจักรของฉัน ฉันไม่เคยรู้สึกสับสนอะไรเช่นนี้เลย
ตลกสิ้นดี ฉันยังไม่พร้อมจะรักใครอีก ฉันกำลังเจ็บปวดอย่างสาหัส
อาณาจักรของฉันกำลังพังทลาย ฉันยังไม่พร้อมสำหรับใครที่จะมารักฉัน
มันเป็นเรื่องราวโง่ๆ ความรู้สึกโง่ๆ ของฉันเอง
พรุ่งนี้ฉันจะไปจากที่นี่...
........................
ดากานดา...การเดินทางของฉันสิ้นสุดลงกลางทะเล
และจดหมายถึงแกฉบับนี้ก็เป็นฉบับสุดท้ายของฉัน.....
....................
ฉันมีความสุขที่ได้เขียนอะไรต่อมิอะไรให้แกอ่าน เหมือนเพื่อนเก่าคนหนึ่ง
.....................
ขึ้นฝั่งแล้วยังไม่รู้จะไปไหนต่อ ฉันอาจนั่งรถไฟลงใต้ไปอีก
แต่ขอให้ถือว่าการเดินทางของฉัน สิ้นสุดลง ณ กลางท้องทะเลแห่งนี้เถิด
พอพระอาทิตย์ขึ้นตรงเส้นขอบฟ้า วันใหม่ของฉันก็จะเริ่มต้น
ฉันจะไม่เขียนอะไรอีกแล้ว...
......................
ฉันอ่านเจ้าชายน้อยรอบที่สองจบลงแล้ว พร้อมกับการปรากฎขึ้นของดวงตะวันใหม่
และท่าเรือที่ฉันมองเห็นอยู่เบื้องหน้าทางทิศตะวันตก
ฉันคงต้องจบการเดินทางลงตรงนี้จริงๆ แล้วล่ะ ดากานดา ฉันจะจบข้อความใน
จดหมายฉบับสุดท้ายของฉันเดี๋ยวนี้แล้ว จะจบอย่างไรดี
เพื่อไม่ให้มันเชยและเศร้า....
...รักและคิดถึง ดีไหม...ดากานดา
...รักและคิดถึงแกเสมอ...

..........................
หนังสือจบ การเดินทางของ ไข่ย้อย ที่ไม่เหมือนในหนัง...
เป็นบทสรุปที่ผมว่า ลงตัวกว่าในหนัง และ ผมเข้าใจกับการตัดสินใจของ ไข่ย้อยในหนังสือมากกว่า...
การเดินทางที่เหมือน ยิบซีเร่ร่อน.....ไร้บ้าน
เมื่อหัวใจแตกสลาย ...การได้เดินทาง..คงเหมือนการใช้ระยะทาง เยียวยาหัวใจ...
แต่ยิ่งหนี...มันก็ เหมือน ยิ่งรู้ใจตัวเอง...ว่าสุดท้าย
อะไรคือสิ่งที่ใจเราต้องการ
.....และ สำหรับ ไข่ย้อย และ ดากานดา นั้น...
คำว่า...เพื่อน ...มันคงเป็นคำตอบ ที่ตอบได้ทุกคำถาม
แค่นั้น มันเพียงพอแล้ว
บางทีบทสรุปของความรัก....ไม่จำเป็นต้องอยู่ร่วม...
ความเต็มตื้นในใจที่ได้รัก...
ได้เห็นคนที่เรารัก... มีความสุข
น่าจะดีที่สุดแล้ว ไม่ว่า คนที่ให้ความสุขนั้น จะเป็นเราหรือไม่ก็ตาม
............................
เจ้าชายน้อยหัวเราะ ฉับพลันดวงดาวบนฟ้าซึ่งมองเห็นได้จากดาดฟ้าเรือก็พลอยส่องประกายสุกใสขึ้นมาอีกครั้ง
.....มันเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว เป็นความลับที่สุนัขจิ้งจอกบอกกับฉัน..
เราจะมองเห็นอะไรได้ลึกซึ้งแจ่มแจ้งก็ด้วยหัวใจเท่านั้น
แก่นสาระใดๆ ก็ตาม มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นหรอก.....
*******************
จากหนังสือ กล่องไปรษณีย์สีแดง
โดยอภิชาติ เพชรลีลา
พิมพ์ครั้งที่ 3 ตุลาคม 2548
สำนักพิมพ์ นกดวงจันทร์
อาณาเขตที่จะคอบจดจำเรื่องราวและรายละเอียด ที่เมื่อวันนึงเราอาจหลงลืมมันไป
อาณาเขตที่จะมีเพียงเราเท่านั้นที่รับรู้ความรู้สึก
#1 By @พักใจ on 2007-08-27 22:03